จอร์ฟ เนล

จอร์ฟ เนล ที่ไม่สนเรื่องกระแสของ คัมแซท ชีเมฟ นักสู้ดาวรุ่ง

แม้ว่าทางรุ่นเวลเทอร์เวทจะมีเรื่องมากมายเป็นกระแสก็ตาม แต่ทว่าทาง จอร์ฟ เนล ที่มีไฟท์ต้องเจอกับสตีเฟ่น ธอมป์สันนั้นไม่ได้มีสนใจว่าข่าวคราวในวงการจะเป็นอะไร โดยเฉพาะเรื่องของคัมแซท ชีเมฟที่เป็นนักสู้ดาวรุ่งและมีสถิติชนะสองไฟท์เท่านั้น แต่กลับได้ขึ้นชกเป็นคู่ใหญ่จนทางธอมป์สันต้องออกมาพูดถึงกระแสนี้ว่าตัวเขาไม่เข้าใจเลย ส่วนทางจอร์ฟนั้นก็มองว่าสิ่งที่คัมแวททำนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ทว่านักสู้คนนั้นก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอเช่นกัน                การที่ จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ กับนักชกในรุ่นเดียวกันอย่างคัมแซท ชีเมฟที่เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ถึงสองไฟท์ในระยะเวลาเพียง 10 วันก็ตาม ซึ่งตัวเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลย แต่ตัวเขาก็อยู่ในสมาคมนี้เช่นกัน เพราะยูเอฟซีก็เป็นธุรกิจหนึ่ง  แล้วสิ่งที่คัมแซททำเพื่อมายืนถึงจุดนี้ก็เป็นวิธีการที่เข้าใจได้ หากพูดในมุมมองของธุรกิจ แต่ถ้าเป็นเรื่องการต่อสู้นั้น ทางจอร์ฟมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่นักสู้คนนี้จะมาอยู่ลำดับสูง จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ                เมื่อจอร์ฟ เนลได้พูดถึงเรื่องรุ่นน้ำหนักของตัวเองนั้น ตัวเขาก็มองว่าทางคัมแซทเพิ่งจะมีโอกาสได้สู้ในรุ่นเวลเทอร์เวทเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าตัวกลับมาอยู่ในอันดับสามของตารางได้มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และตัวเขาไม่สมควรได้รับมัน เพราะส่วนตัวนั้นตัวเขาควรได้รับความนิยมตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น นอกจากการพูดถึงนักสู้ในรุ่นเดียวกันแล้วนั้น ทางจอร์ฟก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับนิสัยตัวเองที่รู้สึกรักศักดิ์ศรีของตัวเองและไม่ได้มาสู่ในยูเอฟซีเพื่อเงินแต่อย่างใด เพราะตัวเขาต้องการจารึกชื่อของเขาไว้ในวงการมากกว่า                อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นกัน หากทางจอร์ฟ เนลนั้นอาจตกอันดับไปแล้วมีทางคัมแซท ชีเมฟมาแทนที่เขา ทั้งที่ประสบการณ์และจำนวนไฟท์ต่างกัน แม้ว่าทุกอย่างบนโลกจะเป็นเรื่องของธุรกิจก็ตาม แต่หากใช้ความนิยมในการเลือกคู่ต่อสู้กัน ทางสมาคมก็อาจกลายเป็นมวยโชว์ไปได้ในอนาคตเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
แบรนดอน โมเรโน่

แบรนดอน โมเรโน่ ที่กล่าวหาแชมป์ว่าใช้ข้ออ้างในการป่วยเท่านั้น

แม้ว่าจะเป็นไฟท์ที่หลายคนยกให้ว่าดีที่สุดตลอดกาลของรุ่นก็ตาม แต่ทว่า แบรนดอน โมเรโน่ ได้ออกมาพูดถึงอาการป่วยของเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟลายเวทอย่างเดฟสัน ฟิเกวโด้ที่เจ้าตัวได้ออกมาพูดของขึ้นชกนั้นเป็นเรื่องที่เป็นเหมือนข้ออ้างเท่านั้น ซึ่งตัวของแบรนดอนเองไม่ได้ชอบวิธีการเปิดเผยต่อสื่อแบบนั้น โดยทางเดฟสันมีอาการอาหารเป็นพิษก่อนขึ้นชกสองวันเท่านั้น ก่อนที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ของตัวเองให้ได้ในรายการยูเอฟซี 256 นั่นเอง                ทาง แบรนดอน โมเรโน่ ได้พูดหลังจากจบไฟท์ของเขาไว้ว่า สิ่งที่ทางเดฟสัน ฟิเกวโด้ได้พูดไว้นั้นมันคือข้ออ้างเท่านั้น เพราะมันเป็นเรื่องปกติมากเลยทีเดียว โดยตัวเขานั้นเคยต้องขึ้นชกทั้งที่ยังป่วยมาแล้วถึงสองครั้งและเขาก็เลือกที่จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไปเพราะมันจะกลายเป็นข้ออ้างนั่นเอง รวมถึงตัวประธานสมาคมอย่างดาน่า ไวท์ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาบังคับให้เขาขึ้นชกอีกด้วยเพราะมันคือความรับผิดชอบของตัวเขาเองที่จะต้องขึ้นไปบนเวที อีกทั้งหากทางฟิเกวโด้ไม่ไหวจริงๆ ตัวเขาก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นชกเลยก็ได้เช่นกัน แบรนดอน โมเรโน่ ได้ออกมาพูดถึงอาการป่วยของเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟลายเวท                ตามสิ่งที่แบรนดอน โมเรโน่เข้าใจนั้น ตัวเขาคิดว่าทางแชมป์ฟลายเวทคงจะมีความรับผิดชอบที่จะต้องขึ้นไปบนเวทีเป็นคู่เอกนั้น โดยตัวเขาเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน นอกจากนี้ตัวของแบรนดอนยังมีอาการบาดเจ็บที่แขนด้วยเช่นกัน เพราะในยกที่หกนั้นตัวเขาเริ่มยกแขนซ้ายไม่ได้แล้ว ซึ่งตัวเขาพยายามจะฝืนเพื่อเข้าไปชกตามเดิม แต่ทว่าตัวเขากลับทำไม่ได้และจบด้วยความพ่ายแพ้ของเขา อีกทั้งผลตัดสินที่ตัวเขาแพ้ในยกห้าอีกด้วยและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเป็นผลเสมอ พร้อมกับตัวเขาที่อดคว้าแชมป์หลายเวทมานั่นเอง                นับว่าทางแบรนดอน โมเรโน่ก็มีความคิดเห็นที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการขึ้นชกมวยครั้งนี้ แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่มีโอกาสคว้าแชมป์ฟลายเวทได้อย่างที่ต้องการ แต่ทว่าในอนาคตนั้นตัวเขาก็น่าจะมีโอกาสแก้มือกับเดฟสัน ฟิเกวโด้อีกครั้งอย่างแน่นอน หลังจากที่ไฟท์ของทั้งคู่ได้รับการยกย่องให้เป็นการชกที่ดีที่สุดนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬามากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เบลลาทอร์

เบลลาทอร์ ที่เลือกเซ็นสัญญาดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม

ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าแปลกใจของ เบลลาทอร์ อยู่ไม่น้อย เมื่อเมื่อพวกเขาได้เลือกเซ็นสัญญาทางดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม โดยตัวของดาริน่านั้นได้เป็นที่รู้จักมาจากไฟท์ที่เป็นไวรัลดังทั่งสังคมออนไลน์ อีกทั้งยังมีคนออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์การต่อสู้ของสมาคมอื่น หลังจากที่เธอที่มีน้ำหนักตัวเพียง 139 ปอนด์ได้ขึ้นชกกับผู้ชายที่มีน้ำหนักถึง 529 ปอนด์เลยทีเดียว รวมถึงตัวเธอเองก็เป็นผู้ชนะในไฟท์นี้ด้วย แต่ผู้คนกลับพุ่งเป้าไปที่ความไม่เหมาะสมของคู่ชกมากกว่า                 จากแหล่งข่าววงในของทางเว็บไซต์เอ็มเอ็มเอไฟท์ติ้งนั้นได้ยืนยันว่า ทางสมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงานด้วย หลังจากที่ดาริน่า แมดซุคสร้างชื่อผ่านรายการชกที่ประเทศรัสเซียที่ชื่อว่า อาวร์บิสสิเนส ที่เธอได้ชกกับกรีกอรี่ คริสต์ยาคอฟที่มีน้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ โดยในการขึ้นชกนั้นทางฝ่ายชายเริ่มได้เปรียบมากกว่าจากการล็อคคอและพยายามโจมตีอย่างรวดเร็ว แต่กลับโดนฝ่ายชกเข้าเป้าไปที่ใบหน้าจนร่วงลงไปแล้วโดนรวบชกจนไม่สามารถทำอะไรได้ พร้อมกับแพ้ไป สมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงาน                แม้ว่าทางเบลลาทอร์นั้นจะไม่มีความเห็นใดๆ กับไฟท์นี้ก็ตาม แต่ทางกรรมการอย่างมาร์ค กอดดาร์ดก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่านี่คือการชกที่ตัวเขารับไม่ได้และเป็นเหมือนความพินาศของวงการในปี 2020 ทั้งที่ทางวงการพยายามที่จะนำเสนอการต่อสู้ที่จริงจังก็ตามที ซึ่งทางกรรมการอย่างกอดดาร์ดก็มักจะแสดงความเห็นในแมตช์ต่างๆ ของวงการอยู่เป็นประจำทั้งไฟท์ระหว่างโคลบี้ โควิงตันที่เจอกับเจ้าของแชมป์เวลเตอร์เวทคนปัจจุบันอย่างคามารุ อุสมานมาแล้วเช่นกัน                คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าทำไมทางเบลลาทอร์จึงเลือกเซ็นสัญญานักสู้ที่ไม่ได้แสดงฝีมือมากนักอย่างดาริน่า แมดซุค แต่ทว่าการที่เธอมีคนรู้จักไปทั่วโลกนั้นก็อาจจะดีพอที่ทำให้นักสู้คนนี้ต่อยอดและมีโอกาสขึ้นชกในไฟท์ที่จริงจังมากกว่าการชกกับผู้ชายที่น้ำหนักมากกว่าเกือบ 400 ปอนด์นั่นเอง ติดตามข่าวกีฬามากมายได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ยูเอฟซี

ยูเอฟซี ที่ตั้งข้อกำหนดการเดินทางของนักสู้มายังสนามเพื่อขึ้นชก

นับว่าเป็นการตั้งข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬาที่จะต้องเดินทางมายังสนามเพื่อขึ้นชกนั้นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อมาถึงเมืองลาสเวกัสแล้ว ซึ่งเหตุผลก็มาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจนทำให้นักสู้หลายคนอาจเสี่ยงจะเป็นพาหะนำโรคได้นั่นเอง โดยการเงื่อนไขนั้นทางสมาคมจะแจ้งว่าเหล่านักกีฬาผ่านอีเมลต่างๆ โดยที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ในชื่อว่า อเล็กซ์ สคาฟฟิดิได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดในจดหมายนี้อีกด้วย                ในข้อความที่สมาคม ยูเอฟซี ได้ชี้แจงไว้ได้บอกว่า เพื่อทำให้เกิดความั่นใจต่อการตรวจหาเชื้อที่สมาคมได้จัดไว้นั้น นักกีฬาและทีมงานทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านวิธีการใดๆ ยกเว้นการเดินทางที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้นับตั้งแต่ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นชก ซึ่งรวมถึงยานพาหนะส่วนตัวของนักกีฬา ของคนรู้จักหรือจะเป็นบริการแชร์ไรดิ่งอย่างอูเบอร์กับลิฟท์อีกด้วย โดยนโยบายนี้จะถูกบังคับใช้กับนักกีฬากับทีมงานทุกคนที่อยู่ในเมืองลาสเวกัส รวมถึงคนที่อยู่ในเมืองอื่นใกล้เคียงที่เตรียมขึ้นชกภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนสู้จริงนั่นเอง เพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬา                นอกจากนี้ทางสมาคมยูเอฟซียังได้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า ทางทีมงานกับนักสู้ทุกคนนั้นยังไม่สามารถเดินทางออกจากโรงแรมที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้ หากไม่ได้รับการอนุญาตผ่านฝ่ายจัดรายการ ซึ่งรวมถึงหลังจากขึ้นชกไปแล้วอีกด้วย หากคนที่เดินทางออกไปนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าพักเลยทีเดียว โดยหากมีผู้เล่นคนไหนต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ นั้นก็จะต้องติดต่อผ่านสมาคมก่อนเช่นกันเพื่อไม่ให้มีใครต้องบังเอิญไปติดเชื้อโควิดก่อนจะเข้ามาในค่ายโดยไม่คาดคิด                นับว่าสมาคมยูเอฟซีก็พยายามจะหาทางปลอดภัยที่สุดเพื่อจัดการแข่งขันต่อไป รวมถึงไม่เสี่ยงที่จะให้มีนักกีฬาติดเชื้อโควิดจนอาจส่งผลถึงแมตช์ต่างๆ ที่ประกาศออกไปแล้ว จนเรียกได้ว่านโยบายเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาถูกออกแบบมาอย่างดีแล้ว แม้ว่านักสู้บางคนจะออกมาวิจารณ์ว่า สมาคมอาจทำเกินไปและทำให้เหล่านักสู้ไม่สามารถไปที่ใดได้เลยนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศอื่น ๆ และ ข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
แคท เมอร์ชานท์

แคท เมอร์ชานท์ แชมป์โลกกับอาการบาดเจ็บที่สมองด้วยอายุเพียง 28 ปี

               เป็นข่าวร้ายของวงการรักบี้อยู่เสมอ เมื่อล่าสุดทางแชมป์โลกอย่าง แคท เมอร์ชานท์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สมาคมดูแลสุขภาพของนักแข่งที่เกษียณตัวเองไปแล้ว หลังจากที่เธอก็มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอยู่หลายครั้งจากการแข่งขัน ซึ่งจากการวิจัยของเฮดเวย์นั้นได้เปิดเผยว่า ตัวนักกีฬาเพศหญิงนั้นมีโอกาสจะได้รับอาการบาดเจ็บมากกว่าเพศชายอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวนั้นได้ลาจากสนามไปด้วยอายุเพียง 28 ปีเท่านั้นในปี 2014 จากอาการบาดเจ็บของเธอมากกว่า 11 ครั้งในอาชีพตลอด 14 ฤดูกาล                จากการเปิดเผยของ แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลง ซึ่งตัวเองนั้นไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำของเธอได้อย่างปกติโดยไม่มีอาการปวดหัวเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังมีอาการติดอ่างกับหลงลืมคำพูดต่างๆ ระหว่างสนทนาเช่นกัน นอกจากนี้ในประแสปัจจุบันนั้นทางอดีตแชมป์โลกอีกคนอย่างสตีฟ ธอมป์สันก็ได้นำเหล่านักรักบี้มารวมตัวกันเพื่อฟ้องเหล่าผู้บริหารจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าทางแชมป์หญิงคนนี้จะเห็นต่างออกไป แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ลดลง                สิ่งที่แคท เมอร์ชานท์ออกมาเสนอก็คือสวัสดิการของเหล่านักแข่งที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้เกษียณตัวเองจากสนาม ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า สำหรับคนที่ลาจากสนามไปแล้วนั้นจะมีความรู้สึกว่า พวกเขามีความสุขที่ได้ลงเล่นมาตอดหลายปี แต่มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องบอกลาแล้ว ส่วนหนึ่งที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็คือเธอเองที่ต้องปประกาศเลิกแข่งตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 28 ปีนั้นก็เริ่มรู้สึกสูญเสียตัวต้นไปและตัวเธอเองก็ต้องการความช่วยเหลือในด้านของสภาพจิตใจ นอกเหนือจากร่างกายอีกด้วย                คงจะพูดได้ว่าสิ่งที่แคท เมอร์ชานท์พยายามเสนอออกมาก็เป็นเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้เล่นที่เกษียณหลายคนอาจไม่ได้มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองกันทุกคน แต่ทว่าการให้ความช่วยเหลือแก่คนที่บอกลาวงการรักบี้ไปนั้นอาจช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงสภาพจิตใจที่อดีตแชมป์โลกยอมรับอีกว่า เคยต้องนั่งร้องไห้เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่เธอทำมาตลอดได้อีกแล้วนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาหลากหลายแนวได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
คลาเรสซ่า ชิลด์

คลาเรสซ่า ชิลด์ กับสาเหตุที่ไม่ไปชกที่ยูเอฟซีแต่เลือกจะสู้ในลีกพีเอฟแอลแทน

ต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดคาดไม่น้อย เมื่อทางนักชกอย่าง คลาเรสซ่า ชิลด์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองไม่ได้ต้องการไปขึ้นชกศิลปะป้องกันตัวในสมาคมดังอย่างยูเอฟซีและเลือกจะสู้ในลีกพีเอฟแอลแทน ซึ่งอดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิคนั้นได้รับการขนาดนามว่าเป็นนักมวยที่เก่งที่สุดเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ จนตัวเองเลือกจะย้ายวงการมาสู้แบบศิลปะป้องกันตัวหรือเอ็มเอ็มเอแทน โดยเจ้าตัวมีเป้าหมายว่าจะเป็นสุดยอดนักกีฬาของทั้งสองวงการเลยทีเดียว                สิ่งที่ คลาเรสซ่า ชิลด์ จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็คือการขึ้นชกศิลปะป้องกันตัวนั้นจะเป็นลูกผสมระหว่างมวยปล้ำกับการโจมตีด้วยขาต่างๆ รวมถึงการจับทุ่ม ซึ่งตัวเธอนั้นก็เริ่มฝึกกับตำนานอย่างจอน โจนส์และฮอลลี่ โฮมส์อีกด้วย แม้ว่าตัวเธอจะยังคงใหม่กับวงการนี้ก็ตามและยังคงไม่มีแผนที่จะรีบเปิดตัวในการสู้ครั้งต่อไปของเธอด้วยการเจอกับนักแข่งที่เคยลงสนามมาแล้ว นอกจากนี้เธอยังได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุว่าทำไมตัวเองถึงเลือกไปสู้กับพีเอฟแอลแทนยูเอฟซีทั้งที่รู้จักกับประธานอย่างดาน่าไวท์อีกด้วย คลาเรสซ่า ชิลด์ จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็คือการขึ้นชก                ตามการสนทนาระหว่างคลาเรสซ่า ชิลด์กับดาน่า ไวท์นั้น ทางนักชกได้บอกว่าตัวประธานคนนี้ต้องการจะให้เธอสู้ครั้งเดียวบนเวทีแปดเหลี่ยมของเขา โดยที่จะให้สู้กับยอดฝีมือที่มีน้ำหนักเท่าเธอนั่นเอง แต่ทว่าทางนักชกกลับมองว่าตัวเธอต้องการจะฝึกฝนกับอาชีพนี้ให้นานมากพอที่จะขึ้นชก พร้อมกับพัฒนาฝีมือต่อไป ซึ่งหากดาน่าเสนอให้เธอฝึกฝนเป็นเวลานานหรือสองปีนั้นคงจะดีกับตัวเองเธอเองมากกว่า ส่วนในทางพีเอฟแอลนั้นได้เสนอให้เธอได้สู้พร้อมกับพัฒนาตัวเองไปตลอดฤดูกาลที่ทำให้เธอสนใจเลือกทางนี้มากกว่านั่นเอง                เรียกว่าทางนักชกอย่างคลาเรสซ่า ชิลด์น่าจะยังคงมีอนาคตในวงการศิลปะป้องกันตัวอีกมาก เนื่องจากชื่อชั้นของเธอเองตั้งแต่เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นไปจนถึงการเป็นการเป็นนักมวยที่ดีที่สุดแบบปอนด์ต่อปอนด์ จนกระทั่งเลือกมาเส้นทางการชกอีกแบบหนึ่งที่มีทั้งสมาคมยูเอฟซีกับพีเอฟแอลอีกด้วย ติดตามข่าวกฬาต่าง ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส

ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส กับคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่ง

กลายเป็นข่าวเสียหายของวงการก็ว่าได้ เมื่ออดีตนักสู้ในรายการอัลติเมทไฟท์เตอร์อย่าง ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส ได้ถูกกล่าวหาในคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่งในบ้านของเธอจนจำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลในเมืองอัลบูคีคีซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิดของที่บ้านเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย  แต่ทว่าตัวศาลนั้นจะไม่มีคำสั่งกักจำเลยไว้ เนื่องจากตัวเขาไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและมีโอกาสเรียกกลับมาสืบสวนต่อไปในอนาคต แม้ว่าทางฝ่ายชายจะออกมาปฏิเสธและพูดถึงเหตุการณ์ที่ว่านั้นเป็นการยินยอมของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย                จากมุมมองของฝ่ายโจทย์นั้นเธอได้ชี้แจงต่อศาลว่า ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน อีกทั้งมีการฝึกสอนภายในบ้าน แต่ทว่าตัวเองกลับมีอาการบาดเจ็บที่ขาและต้องการนวดเพื่อรักษาอาการ โดยระหว่างที่ทั้งสองร่วมกินข้าวเช้าด้วยกันนั้น ฝ่ายเจ้าหน้าสืบสวนก็สังเกตเห็นว่านักสู้คนนี้อาจเอาบางอย่างใส่ไปในเครื่องดื่มของเธอ หลังจากนั้นยังมีวิดีโอที่แสดงเหตุการณ์ว่าตัวเหยื่อนั้นหมดสติไปและไม่รับรู้ใดๆ แม้ว่าสุนัขของตัวเองจะมาเล่นด้วยก็ตาม ส่วนทางราฟาเอลก็มีการสัมผัสตัวเธออย่างไม่เหมาะสมเช่นกัน ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน                ในอีกด้านหนึ่งของฝ่ายจำเลยอย่างราฟาเอล เดอเฟรย์ตาสเองได้ชี้แจงว่า ตัวผู้หญิงคนนี้มีความยินยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้และทั้งสองเป็นเพื่อนกันที่พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นการร่วมรักขึ้นมา ซึ่งจากวิดิโอนั้นตัวเธอเองก็มีพฤติกรรมร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ลูกความของเขาเท่านั้นที่จะทำเรื่องคุกคามทางเพศอย่างที่ถูกกล่าวหา  นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อความของฝ่ายโจทย์หลังจากเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและหวังว่าจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งในวันนั้นฝ่ายนักเรียนเก่าของเขาได้หลับไปและยังมีคำถามอีกว่า ตัวเธอได้ทำอะไรไม่เหมาะสมกับเขาหรือไม่อีกด้วย                แม้ว่าทางราฟาเอง เดอเฟรย์ตาสจะยังไม่ถูกลงโทษก็ตาม แต่ทว่าหากวิดีโอที่ศาลได้ชมนั้นเป็นเรื่องจริง ตัวเขานั้นก็คงไม่น่ารอดจากคดีคุกคามทางเพศนี้ ยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีอดีตนักเรียนตัวเองมาเกี่ยวข้องคงจะทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไม่น้อยสำหรับตำนานของวงการต่อสู้คนนี้ ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
เรนาโต้ โมอิคาโน่

เรนาโต้ โมอิคาโน่ ที่แพ้ต่อ ราฟาเอล ไฟเซฟ ในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256

กลายเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่พอสมควร หลังจากที่ เรนาโต้ โมอิคาโน่ ได้แพ้ต่อราฟาเอล ไฟเซฟในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256 และทางฝ่ายแรกได้ออกมาโทษว่ากรรมการอาจทำข้อผิดพลาดในการตัดสินจนเขาต้องแพ้ไป โดยทางโมอิคาโน่ได้มองว่าผู้ตัดสินอย่างคริส ทอกโนนี่ว่าตัวเขาสามารถสู้ได้ต่อ แม้ว่าจะโดนเล่นงานร่วงไปก็ตาม ซึ่งผลการตัดสินของไฟท์นี้นั้น นับว่าเป็นชัยชนะครั้งที่สามติดต่อกันของราฟาเอล ไฟเซฟแล้ว ส่วนทางโมอิคาโน่คงต้องหาทางกลับมาเส้นทางชัยชนะต่อไปเช่นกัน                หลังจากจบไฟท์มาแล้วนั้นทาง เรนาโต้ โมอิคาโน่ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรรมการในไฟท์อย่างคริส ทอกโนนี่ไว้ว่า เขาคิดว่าผู้ตัดสินน่าจะทำพลาดในไฟท์ เพราะหากย้อนไปดูในแมตช์นี้ดีๆ นั้น เขายังตั้งการ์ดได้อยู่เลยและเตรียมที่จะโจมตีกลับไปแล้ว แต่คริสกลับเข้ามแทรกกลางก่อนและจะตัดสินให้เขาแพ้ไป แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ต้องการวิจารณ์การทำหน้าที่ของใครก็ตาม ทว่าเขาเองก็เคยถูกเล่นงานจนร่วงมาก่อนจะกลับมาลุกขึ้นสู้และเอาชนะได้มาแล้ว ส่วนการโดนชกกลางแมตช์นั้นมันเป็นเรื่องปกติของกีฬานี้อยู่แล้วด้วย เรนาโต้ โมอิคาโน่ คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้ง                ส่วนการพ่ายแพ้ของเรนาโต้ โมอิคาโน่นั้นเจ้าตัวก็ยอมรับเองว่าตัวเขาก็ทำได้ไม่ดีพอ เพราะเขาไม่ยอมทำตามแผนที่เหล่าโค้ชได้วางเอาไว้จนต้องออกมารับสภาพว่า ตัวเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ตัวเองเคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปจนเท้าไม่ติดพื้น แต่ทว่าเขายังมีสติอยู่ตลอดเวลาในไฟท์นี้ แม้ว่าเขาจะได้ไปดูวิดีโอการต่อสู้ของตัวเองและเจ้าตัวก็โดนเล่นงานจนร่วมลงไป แต่ตัวเขาก็พยายามป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนน่าเสียดายที่ไม่สามารถสู้ต่อได้                เรียกว่าทางเรนาโต้ โมอิคาโน่คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ตัวเองโชคร้ายในไฟท์และโดนกรรมการยุติการชกมวยไปทั้งที่เจ้าตัวยังเชื่อว่า สามารถสู้ต่อได้ก็ตาม ส่วนสถิติเดิมของตัวเขานั้นถือว่าต้องแพ้มาติดต่อกันถึงสามไฟท์แล้วจากการยุติของผู้ตัดสินเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
แอนโธนี่ โจชัว

แอนโธนี่ โจชัว กับ ไทสัน ฟิวรี่ ที่เคยลองมือกันมาแล้วอย่างดุเดือด

จัดว่าเป็นไฟท์ที่หลายคนต้องการจะชมอย่างมาก สำหรับการเจอกันระหว่างไทสัน ฟิวรี่กับ แอนโธนี่ โจชัว ที่จะเป็นการชิงแชมป์สมาคมมวยโลกถึงสี่สถาบันอย่างดับเบิ้ยูบีโอที่ทางไทสันถืออยู่ ส่วนไอบีเอฟ ดับเบิ้ยยูบีซีและดับเบิ้ลยูบีเอนั้นเป็นทางนักชกรุ่นน้องถืออยู่ นอกจากนี้ทางไทสันยังออกมาพูดถึงอดีตว่าตัวเขาเคยประลองฝีมือกับแชมป์โลกสามสถาบันคนนี้มาแล้วในสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่ในชมรมมวยแห่งหนึ่งในปี 2010 หรือสิบปีก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสปะทะกันขึ้นมาจริงๆ นั่นเอง                ทางไทสัน ฟิวรี่ได้พูดถึงเหตุการณ์นั้นว่า ตัเวขาไปได้ยังชมรมมวยปล้ำฟินชเลย์และเจอกับแชมป์มวยสมัครเล่นเอบีเออย่าง แอนโธนี่ โจชัว ที่เขามีผลงานที่ร้อนแรงอย่างมาก นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าในเวลานั้นจะสามารถจัดการนักชกรุ่นน้อองได้อย่างสบายๆ เพราะตัวเองก็เนชป็นมืออาชีพ ส่วนอีกฝ่ายเป็นมือสมัครเล่นเท่านั้น และแอนโธนี่เองก็คงสู้ไม่ได้แน่นอนเมื่อเขาตั้งใจจะเอาจริงขึ้นมา ซึ่งในไฟท์นั้นนักชกรุ่นน้องรีบพุ่งเข้ามาหาเขาและรัวหมัดดต่อยซ้ายขวา อีกทั้งยังปล่อยหมัดอัพเพอร์คัทใส่คางเข้าอย่างจังอีกด้วย แอนโธนี่ โจชัว ถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย                โดยทางไทสัน ฟิวรี่เองก็ยอมรับว่า ถ้าเขาเป็นพวกคางอ่อนก็คงจะโดนน็อคยาวข้ามเดือนไปเลยทีเดียว ในเวลานั้นทางแอนโธนี่ โจชัวถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย เขาจึงเชื่อว่านี่จะเป็นนักชกแห่งอนาคตเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวของไทสันเองก็ชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพอจะกลายเป็นดาวดังของวงการมวยได้ ซึ่งตัวเขายังจดจำเหตุการณ์นั้นได้ว่า เจ้าหนูสมัครเล่นคนนี้ต้อกวารจะฆ่าเขาในสังเวียน จนกระทั่งตัวเขาต้องปล่อยเข้าที่ลำตัวของแอนโธนี่เพื่อหยุดการโจมตีลงบ้างและการชกเรียกเหงื่อครั้งนั้นก็จบลงในสามยกพร้อมกับคำชมของไทสันนั่นเอง                นับว่าทางไทสัน ฟิวรี่ก็คงจะรู้จักฝีมือของนักชกรุ่นน้องดีอยู่แล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้างและหากทั้งสองสู้กันจริงๆ ก็คงเป็นไฟท์ที่น่าสนุกของทั้งคู่หลังจากที่เคยลองมือกันมาแล้วในอดีต แต่ทว่าหากเป็นการแข่งในสังเวียนจริงนั้นแอนโธนี่ โจชัวก็คงจะไม่ปล่อยรุ่นพี่ที่เคยสู้กันในอดีตออกไปง่ายๆ เหมือนกับเรเองในปี 2010 ที่เจ้าตัวยังป็นเพียงแต่นักชสมัครเล่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว ติดตามข่าวกีฬาอื่นๆได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เจค พอล

เจค พอล ก็ออกมาท้าทายคนดังรายต่อไปอย่าง คอนเนอร์ แมคเกรเกอร์

หลังจากที่จบรายการระหว่างไมค์ ไทสันกับรอย โจนส์ จูเนียร์ไปด้วยชัยชนะของตัวเองนั้น ทาง เจค พอล ก็ออกมาท้าทายคนดังรายต่อไปอย่างคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์ทันที เมื่อก่อนหน้านี้ทางพี่ของตระกูลพอลสามารถเอาชนะเนท โรบินสันไปได้อย่างง่ายดายจนต้องการท้าทายนักสู้คนใหม่ที่ไม่ง่ายเหมือนเดิม โดยทางตำนานของวงการยูเอฟซีนั้นก็มีคิวขึ้นยกในรายการปีหน้าอยู่เช่นกัน ส่วนทางยูทูบเบอร์นั้นก็คงจะหาทางสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการลองเจอกับนักสู้มืออาชีพสักครั้งนั่นเอง                ในวิดีโอของ เจค พอล นั้นเจ้าตัวได้ออกมาท้าทายในรถสปอร์ตของตัวเอง พร้อมพูดถึงเช็คเงินสดมากกว่า 50 ล้านเหรียญเพื่อให้นักสู้ชื่อดังตอบตกลงกับเขา โดยทางเจ้าตัวได้ส่งสัญญาณหาคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์ไว้และเรียกเขาด้วยคำหยาบคาย พร้อมกับแขวะว่านักชกไอริชคงจะสู้กับคนแก่สักคนในบาร์แถวนั้นหรืออาจจะเบื่อภรรยาที่บ้านอยู่จนไม่รู้จะทำอะไร ทางพอลเลยได้ส่งเช็คไปถึง 50 ล้านและมันเป็นเงินก้อนที่มากที่สุดในชีวิตของคอนเนอร์แล้ว แม้ว่าทางนักสู้ยูเอฟซีจะยังกลัวและไม่กล้าตอบรับคำท้านี้ เจค พอล ก็ได้พูดถึง ดาน่า ไวท์ ประธานสมาคมยูเอฟซี                นอกจากการด่าคอนเนอร์ด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้วนั้น ทางเจค พอลก็ได้พูดถึงดาน่า ไวท์ประธานสมาคมยูเอฟซีที่ออกมายืนยันว่าไม่มีทางที่นักสู้ในสังกัดเขาจะไปขึ้นชกกับยูทูบเบอร์คนนี้อย่างแน่นอน จนทางพอลได้ออกมาด่าดาน่าอย่างหนักเช่นกัน ส่วนทางดาน่านั้นคงไม่สนใจการขึ้นชกโชว์อย่างที่ไมค์ ไทสันกับรอย โนส์ จูเนียร์เคยทำมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะมันไม่ต่างกันการแสดงกายกรรมเท่านั้น รวมถึงเขายังมีธุระที่ต้องทำผ่านสมาคมยูเอฟซีของตัวเอง ซึ่งทางคอนเนอร์จะได้กลับมาสู่เวทีกรงเหล็กอีกครั้งหนึ่ง                แม้ว่าคนทั่วโลกจะต้องการเห็นเจค พอลโดนต่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ทว่าทางดาน่า ไวท์เองคือคนหนึ่งที่ไม่ต้องการให้มีการชกที่จริงจังระหว่างคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์กับคนที่ดังมาจากยูทูบแน่นอน ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องโอกาสที่จะเกิดอาการบาดเจ็บของนักสู้ทั้งสองคน แม้ว่าทั้งสองจะเคยขึ้นชกในกติกามวยสากลมาแล้วก็ตาม […]

Continue Reading