คลาเรสซ่า ชิลด์

คลาเรสซ่า ชิลด์ กับการผันตัวเข้าสู่วงการต่อสู้ในกรงอย่างจริงจัง

เป็นอีกก้าวหนึ่งของอาชีพนักสู้จากทางแชมป์โลกถึงสามรุ่นอย่าง คลาเรสซ่า ชิลด์ ที่เตรียมจะผันตัวไปลงแข่งขันแบบศิลปะป้องกันตัว พร้อมกับต้องการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์โลกของกีฬาทั้งสองพร้อมกันอีกด้วย โดยทางนักกีฬาโอลิมปิกสองสมัยรวดนั้นยังมีสถิติที่สวยงามในการชกแบบมืออาชีพด้วยการเอาชนะได้มากถึง 10 ไฟต์รวด พร้อมต้องการจะเปลี่ยนไปหาความท้าทายใหม่นั่นเอง                การเปลี่ยนเส้นทางกีฬาของ คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพที่เธอได้เปิดเผยว่า เธอต้องการจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนและนั่นก็คือครองตำแหน่งแชมป์โลกในกีฬามวยอาชีพและศิลปะป้องกันตัวในเวลาเดียวกันนั่นเอง ซึ่งเธอเองก็มีต้นแบบอย่างโบ แจ็คสันและดีออน แซนเดอส์ที่สามารถเอาดีได้ถึงกีฬาทั้งสองประเภทอย่างเบสบอลกับอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย                เมื่อย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ที่คลาเรสซ่า ชิลด์ได้กลายเป็นนักกีฬามืออาชีพแล้วนั้น เธอก็มีเป้าหมายเดียวเท่านั้น ซึ่งนั้นก็คือการเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลและต้องการเป็นนักกีฬาแบบแจ็คสันกับแซนเดอร์อีกด้วย สิ่งที่ทำให้เธอสนใจในลีกพีเอฟแอลนั้นก็คือการเป็นองค์กรที่เน้นการต่อสู้เป็นหลัก โดยที่เธอเองก็รอคอยที่จะแสดงฝีมือในการต่อสู้แบบนี้แล้ว รวมถึงจะเริ่มเข้าร่วมลีกในปี 2022 คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพ                หากทางคลาเรสซ่า ชิลด์สามารถทำได้อย่างที่เธอว่าไว้นั้นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักชกหญิงคนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีนักสู้ศิลปะป้องกันตัวอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวงการต่อสู้อย่างจริงจังทั้งสอง ซึ่งไม่นับกีฬามวยปล้ำที่มีอดีตแชมป์โลกมากมายเข้าไปต่อยอดประสบความสำเร็จมาแล้วเช่นกัน ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
แมตต์ ฮาร์ดี้

แมตต์ ฮาร์ดี้ มีคิวต้องขึ้นปล้ำในกติกาโบรคเคนรูลส์ที่จะต้องทำให้คู่ต่อสู้หมดสติ

แม้ว่ากีฬามวยปล้ำจะเป็นการต่อสู้ประเภทหนึ่งที่ทำให้นักกีฬาบาดเจ็บก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ แมตต์ ฮาร์ดี้ กลับเป็นสิ่งที่น่าตกใจอย่างมาก เมื่อเจ้าตัวประสบอุบัติเหตุจากการที่สูงระหว่างการปล้ำจนหมดสติและเกือบเลิกปล้ำไปเลยทีเดียว แม้ว่าเขาจะโชคดีที่ฟื้นตัวจากการเหตุการณ์นี้มาได้ แต่เสียงวิจารณ์ต่างๆ ก็มีผลกระทบกับเจ้าตัวและสมาคมเออีดับเบิ้ลยูที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ติดตามในข่าวกีฬาต่างประเทศ                ในรายการออลเอาท์ที่ผ่านของสมาคมเออีดับเบิ้ลยูนั้น ทาง แมตต์ ฮาร์ดี้ มีคิวต้องขึ้นปล้ำในกติกาโบรคเคนรูลส์ที่จะต้องทำให้คู่ต่อสู้หมดสติและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ก่อนกรรมการนับสิบเหมือนมวยสากลนั่นเอง ซึ่งหลังจากเริ่มปล้ำไปได้ไม่นานนั้นทางแมตต์กับแซมมี่ กูเอวาร่านั้นก็ขึ้นไปอัดกันบนรถยก ก่อนที่ทางแซมมี่จะใช้สเปียร์อัดแมตต์จนตกลงไปมาฟาดกับโต๊ะ ซึ่งสุดท้ายจะกลายเป็นอุบัติเหตุที่อดีตแชมป์แทคทีมคนนี้จะหัวฟาดพื้นเข้าอย่างจังจนหมดสติ                ทันทีที่แมตต์ ฮาร์ดี้นิ่งไปนั้นทางกรรมการออเบรย์ เอ็ดเวิร์ดก็ได้ตรวจเช็คร่างกายของเขาทันที แต่ไม่มีการตอบสนองจนสั่งพักแมตช์ชั่วคราว ซึ่งจากนั้นไม่นานทางแมตต์ได้ฟื้นตัวขึ้นมาและปล้ำต่อจนจบ ท่ามกลางความเป็นห่วงของผู้ชมทั่วโลกและครอบครัว จากเหตุการณ์นี้เองทำให้ทางแฟนๆ วิจารณ์ทีมแพทย์ของค่ายเป็นอย่างมากที่ปล่อยให้นักมวยปล้ำที่อาจมีอาการกระทบกระเทือนทางสมองขึ้นปล้ำต่อจนแมตต์ต้องออกมาเคลียร์เรื่องนี้ในเวลาต่อมา แมตต์ ฮาร์ดี้ ไม่เป็นอะไรมากจากอุบัติเหตุครั้งนี้                นับว่าโชคดีที่แมตต์ ฮาร์ดี้ไม่เป็นอะไรมากจากอุบัติเหตุครั้งนี้ยกเว้นแต่ต้องพักการปล้ำไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ทว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทางแฟนๆ เริ่มมองว่าสมาคมของโทนี่ คาห์นไม่ได้ใส่ใจนักมวยปล้ำเท่าที่ควรและปล่อยให้นักกีฬาต้องเผชิญความเสี่ยงมากเกินไป แม้ว่าจะยังไม่เกิดความเสียหายมากมายก็ตาม

Continue Reading
อัลวาเรส

อัลวาเรส สามารถเอาชนะคัลลัม สมิธไปได้ในการชิงแชมป์ซูเปอร์มิดเดิ้ลเวท

กลายเป็นคนที่โชว์ฟอร์มเก่งในตอนสุดท้ายไปได้ เมื่อทางเซา คาเนโล อัลวาเรส สามารถเอาชนะคัลลัม สมิธไปได้ในการชิงแชมป์ซูเปอร์มิดเดิ้ลเวทประจำสมาคมดับเบิ้ลยูบีเอและสามารถคว้าแชมป์โลกไปได้ในที่สุด โดยทางนักชาชาวเม็กซิกันนั้นต้องปะทะฝีมือกับนักมวยชาวอังกฤษไปจนครบ 12 ยกและสามารถออกอาวุธได้มากกว่า ส่วนทางสมิธนั้นกลับไม่ได้สามารถทำอะไรตัวของคาเนโล่ได้เลย จนกระทั่งต้องมาตัดสินใจด้วยคะแนนจากกรรมการ ก่อนที่จะเป็นนักชกรุ่นพี่ที่สามารถทำได้ดีกว่านั่นเอง                หลังจากที่เซา คาเนโล่ อัลวาเรส สามารถเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 119 ต่อ 109 จากกรรมการสองท่านกับ 117 ต่อ 111 จนทำให้ตัวเขาเอาชนะไปได้ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ซึ่งตัวนักชกคนนี้เองถือว่ามีสถิติการสู้ที่ดีมาก เมื่อพวกเขาได้พบเจอกับความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวตลอด 57 ไฟท์ ซึ่งทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์จากสมาคมดับเบิ้ลยูบีเอกับดับเบิ้ลยูบีซีในรุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวทหรือน้ำหนัก 168 ปอนด์ โดยทางอดีตแชมป์อย่างคัลลัม สมิธก็ออกมายอมรับคู่ต่อสู้ของเขาว่าทำได้ดีกว่า รวมถึงการชกที่ฉลาดของเขาจนทำให้ตัวสมิธเองไม่มีข้ออ้างใดๆ เลย อัลวาเรส สามารถเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 119 ต่อ 109                แม้ว่าทางคัลลัม สมิธจะมีข้อได้เปรียบเมื่อต้องขึ้นชกกับคาเนโล่อัลวาเรสด้วยความสูงของเขาที่มากกว่า รวมถึงช่วงชกอีกด้วย แต่ทว่าการชกของนักมวยชาวเม็กซิกันนั้นได้ใช้การยืนและการเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์มากกว่าจนทำให้ทางสมิธไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนกระทั่งทางพี่เลี้ยงของเจ้าของตำแหน่งต้องคอยกระตุ้นลูกทีมของเขา แต่ทว่าทางคาเนโล่ก็ยังสามารถแสดงผลงานของตัวเองได้ดีกว่าในยก 7 ที่เขาสามารถชกกลางลำตัวกับอัพเปอร์คัทได้อีกด้วย                หลังจากที่คาเนโล่อัลวาเรสสามารถคว้าแชมป์ซูเปอร์มิดเดิ้ลเวทนั้นทำให้เจ้าตัวได้รักษาสถิติด้วยการพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวตลอดอาชีพของตัวเขาในช่วงเวลานานถึง 15 ปีเลยทีเดียว  ซึ่งจากผลงานของเจ้าตัวแล้วนั้นดูเหมือนว่าตัวเขายังมีความกระหายที่จะเอาชนะและคว้าความสำเร็จอยู่จนถึงปัจจุบัน […]

Continue Reading
วันเดอร์บอย

วันเดอร์บอย ธอมป์สันที่ผิดหวังกับทิศทางของวงการสมาคมยูเอฟซี

เป็นความเห็นที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับทางสตีเฟ่น วันเดอร์บอย ธอมป์สันที่ออกมาพูดถึงระบบการจัดการของสมาคมยูเอฟซี เรื่องการจัดลำดับของนักสู้ในแต่รุ่น ซึ่งตัวเขามองว่าทุกวันนี้ทางทีมงานเน้นเรื่องความนิยมกับกระแสของสังคมมากเกินไปจนทำให้นักสู้ที่มีฝีมือบางคนไม่ได้รับโอกาสนั้น โดยที่เจ้าตัวนั้นก็เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างวินเซนต์ ลูเก้ได้ในไฟท์ล่าสุดและเคยคิดไว้ว่าจะทำอันดับขึ้นไปเจอกับคนที่อยู่อันดับสูงกว่าในรุ่นเวลเตอร์เวท แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างนั้น                หลังจากที่ทาง วันเดอร์บอย ธอมป์สันได้เห็นโพสต์ของนักสู้ลำดับที่สามอย่างลีออน เอ็ดเวิร์ดต้องการเจอกับนักสู้ที่อยู่ลำดับสูงนั้น ตัวเขาก็เริ่มคิดว่าอาจเป็นอากาสอันดีที่ทั้งสองจะมีโอกาสสู้กัน แต่ทว่าคำตอบของเอ็ดเวิร์ดนั้นกลับทำให้ขึงกับสับสนเลยทีเดียว เมื่อทางลีออนบอกว่าเขาไม่ได้อยากสู้ด้วย ก่อนที่ทางเอ็ดเวิร์ดเองจะโดนตัดชื่อออกจากการจัดลำดับและก็กลับมาอีกครั้ง รวมถึงตอนนี้เขาจะได้สู้กับคัมแซท ชิเมฟแต่ทว่ากลับมีคนติดเชื้อโควิดจนทำให้เรื่องราวกลับวุ่นวายไปหมด วันเดอร์บอย ธอมป์สันได้เห็นโพสต์ของนักสู้ลำดับที่สามอย่างลีออน เอ็ดเวิร์ด                สิ่งที่ทำให้วันเดอร์บอยไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทำไมเอ็ดเวิร์ดถึงไม่ยอมสู้กับเขาและเลือกจะไปใช้สังคมออนไลน์เพื่อบ่นว่า ไม่มีใครในแรงค์ที่ต้องการเจอกับเขา ทั้งทีทางธอมป์สันที่อยู่ในลำดับห้าได้ท้าเจอไปแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ ก่อนที่จะเกิดไฟท์กับคัมแซทขึ้น เพียงเพราะว่าทางสมาคมต้องการจะเจาะตลาดที่คาบิบทำเอาไว้ก่อนจะแขวนนวมไป จนดูเหมือนว่ายูเอฟซีต้องการแค่ความนิยมของฐานคนดูมากกว่าจะจัดไฟท์ผ่านความสามารถของนักสู้แต่ละคนไปเสียอย่างนั้น                เข้าใจได้ว่าทางสตีเฟ่นวันเดอร์บอยธอมป์สันคงหัวเสียไม่น้อยที่สุดท้ายเหล่านักมวยก็ทำเพื่อความนิยมหรือชื่อเสียงมากกว่าจะต่อสู้และคัดเลือกผ่านฝีมือของตัวเอง ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคัมแซทแต่ทว่ายังมีนักสู้มากที่สมควรได้รับโอกาสมากกว่านี้นั่นเอง ติดตามเรื่องราวกีฬาต่าง ๆ มากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
จอร์ฟ เนล

จอร์ฟ เนล ที่ไม่สนเรื่องกระแสของ คัมแซท ชีเมฟ นักสู้ดาวรุ่ง

แม้ว่าทางรุ่นเวลเทอร์เวทจะมีเรื่องมากมายเป็นกระแสก็ตาม แต่ทว่าทาง จอร์ฟ เนล ที่มีไฟท์ต้องเจอกับสตีเฟ่น ธอมป์สันนั้นไม่ได้มีสนใจว่าข่าวคราวในวงการจะเป็นอะไร โดยเฉพาะเรื่องของคัมแซท ชีเมฟที่เป็นนักสู้ดาวรุ่งและมีสถิติชนะสองไฟท์เท่านั้น แต่กลับได้ขึ้นชกเป็นคู่ใหญ่จนทางธอมป์สันต้องออกมาพูดถึงกระแสนี้ว่าตัวเขาไม่เข้าใจเลย ส่วนทางจอร์ฟนั้นก็มองว่าสิ่งที่คัมแวททำนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ทว่านักสู้คนนั้นก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอเช่นกัน                การที่ จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ กับนักชกในรุ่นเดียวกันอย่างคัมแซท ชีเมฟที่เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ถึงสองไฟท์ในระยะเวลาเพียง 10 วันก็ตาม ซึ่งตัวเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลย แต่ตัวเขาก็อยู่ในสมาคมนี้เช่นกัน เพราะยูเอฟซีก็เป็นธุรกิจหนึ่ง  แล้วสิ่งที่คัมแซททำเพื่อมายืนถึงจุดนี้ก็เป็นวิธีการที่เข้าใจได้ หากพูดในมุมมองของธุรกิจ แต่ถ้าเป็นเรื่องการต่อสู้นั้น ทางจอร์ฟมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่นักสู้คนนี้จะมาอยู่ลำดับสูง จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ                เมื่อจอร์ฟ เนลได้พูดถึงเรื่องรุ่นน้ำหนักของตัวเองนั้น ตัวเขาก็มองว่าทางคัมแซทเพิ่งจะมีโอกาสได้สู้ในรุ่นเวลเทอร์เวทเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าตัวกลับมาอยู่ในอันดับสามของตารางได้มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และตัวเขาไม่สมควรได้รับมัน เพราะส่วนตัวนั้นตัวเขาควรได้รับความนิยมตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น นอกจากการพูดถึงนักสู้ในรุ่นเดียวกันแล้วนั้น ทางจอร์ฟก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับนิสัยตัวเองที่รู้สึกรักศักดิ์ศรีของตัวเองและไม่ได้มาสู่ในยูเอฟซีเพื่อเงินแต่อย่างใด เพราะตัวเขาต้องการจารึกชื่อของเขาไว้ในวงการมากกว่า                อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นกัน หากทางจอร์ฟ เนลนั้นอาจตกอันดับไปแล้วมีทางคัมแซท ชีเมฟมาแทนที่เขา ทั้งที่ประสบการณ์และจำนวนไฟท์ต่างกัน แม้ว่าทุกอย่างบนโลกจะเป็นเรื่องของธุรกิจก็ตาม แต่หากใช้ความนิยมในการเลือกคู่ต่อสู้กัน ทางสมาคมก็อาจกลายเป็นมวยโชว์ไปได้ในอนาคตเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เบลลาทอร์

เบลลาทอร์ ที่เลือกเซ็นสัญญาดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม

ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าแปลกใจของ เบลลาทอร์ อยู่ไม่น้อย เมื่อเมื่อพวกเขาได้เลือกเซ็นสัญญาทางดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม โดยตัวของดาริน่านั้นได้เป็นที่รู้จักมาจากไฟท์ที่เป็นไวรัลดังทั่งสังคมออนไลน์ อีกทั้งยังมีคนออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์การต่อสู้ของสมาคมอื่น หลังจากที่เธอที่มีน้ำหนักตัวเพียง 139 ปอนด์ได้ขึ้นชกกับผู้ชายที่มีน้ำหนักถึง 529 ปอนด์เลยทีเดียว รวมถึงตัวเธอเองก็เป็นผู้ชนะในไฟท์นี้ด้วย แต่ผู้คนกลับพุ่งเป้าไปที่ความไม่เหมาะสมของคู่ชกมากกว่า                 จากแหล่งข่าววงในของทางเว็บไซต์เอ็มเอ็มเอไฟท์ติ้งนั้นได้ยืนยันว่า ทางสมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงานด้วย หลังจากที่ดาริน่า แมดซุคสร้างชื่อผ่านรายการชกที่ประเทศรัสเซียที่ชื่อว่า อาวร์บิสสิเนส ที่เธอได้ชกกับกรีกอรี่ คริสต์ยาคอฟที่มีน้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ โดยในการขึ้นชกนั้นทางฝ่ายชายเริ่มได้เปรียบมากกว่าจากการล็อคคอและพยายามโจมตีอย่างรวดเร็ว แต่กลับโดนฝ่ายชกเข้าเป้าไปที่ใบหน้าจนร่วงลงไปแล้วโดนรวบชกจนไม่สามารถทำอะไรได้ พร้อมกับแพ้ไป สมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงาน                แม้ว่าทางเบลลาทอร์นั้นจะไม่มีความเห็นใดๆ กับไฟท์นี้ก็ตาม แต่ทางกรรมการอย่างมาร์ค กอดดาร์ดก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่านี่คือการชกที่ตัวเขารับไม่ได้และเป็นเหมือนความพินาศของวงการในปี 2020 ทั้งที่ทางวงการพยายามที่จะนำเสนอการต่อสู้ที่จริงจังก็ตามที ซึ่งทางกรรมการอย่างกอดดาร์ดก็มักจะแสดงความเห็นในแมตช์ต่างๆ ของวงการอยู่เป็นประจำทั้งไฟท์ระหว่างโคลบี้ โควิงตันที่เจอกับเจ้าของแชมป์เวลเตอร์เวทคนปัจจุบันอย่างคามารุ อุสมานมาแล้วเช่นกัน                คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าทำไมทางเบลลาทอร์จึงเลือกเซ็นสัญญานักสู้ที่ไม่ได้แสดงฝีมือมากนักอย่างดาริน่า แมดซุค แต่ทว่าการที่เธอมีคนรู้จักไปทั่วโลกนั้นก็อาจจะดีพอที่ทำให้นักสู้คนนี้ต่อยอดและมีโอกาสขึ้นชกในไฟท์ที่จริงจังมากกว่าการชกกับผู้ชายที่น้ำหนักมากกว่าเกือบ 400 ปอนด์นั่นเอง ติดตามข่าวกีฬามากมายได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส

ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส กับคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่ง

กลายเป็นข่าวเสียหายของวงการก็ว่าได้ เมื่ออดีตนักสู้ในรายการอัลติเมทไฟท์เตอร์อย่าง ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส ได้ถูกกล่าวหาในคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่งในบ้านของเธอจนจำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลในเมืองอัลบูคีคีซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิดของที่บ้านเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย  แต่ทว่าตัวศาลนั้นจะไม่มีคำสั่งกักจำเลยไว้ เนื่องจากตัวเขาไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและมีโอกาสเรียกกลับมาสืบสวนต่อไปในอนาคต แม้ว่าทางฝ่ายชายจะออกมาปฏิเสธและพูดถึงเหตุการณ์ที่ว่านั้นเป็นการยินยอมของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย                จากมุมมองของฝ่ายโจทย์นั้นเธอได้ชี้แจงต่อศาลว่า ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน อีกทั้งมีการฝึกสอนภายในบ้าน แต่ทว่าตัวเองกลับมีอาการบาดเจ็บที่ขาและต้องการนวดเพื่อรักษาอาการ โดยระหว่างที่ทั้งสองร่วมกินข้าวเช้าด้วยกันนั้น ฝ่ายเจ้าหน้าสืบสวนก็สังเกตเห็นว่านักสู้คนนี้อาจเอาบางอย่างใส่ไปในเครื่องดื่มของเธอ หลังจากนั้นยังมีวิดีโอที่แสดงเหตุการณ์ว่าตัวเหยื่อนั้นหมดสติไปและไม่รับรู้ใดๆ แม้ว่าสุนัขของตัวเองจะมาเล่นด้วยก็ตาม ส่วนทางราฟาเอลก็มีการสัมผัสตัวเธออย่างไม่เหมาะสมเช่นกัน ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน                ในอีกด้านหนึ่งของฝ่ายจำเลยอย่างราฟาเอล เดอเฟรย์ตาสเองได้ชี้แจงว่า ตัวผู้หญิงคนนี้มีความยินยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้และทั้งสองเป็นเพื่อนกันที่พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นการร่วมรักขึ้นมา ซึ่งจากวิดิโอนั้นตัวเธอเองก็มีพฤติกรรมร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ลูกความของเขาเท่านั้นที่จะทำเรื่องคุกคามทางเพศอย่างที่ถูกกล่าวหา  นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อความของฝ่ายโจทย์หลังจากเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและหวังว่าจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งในวันนั้นฝ่ายนักเรียนเก่าของเขาได้หลับไปและยังมีคำถามอีกว่า ตัวเธอได้ทำอะไรไม่เหมาะสมกับเขาหรือไม่อีกด้วย                แม้ว่าทางราฟาเอง เดอเฟรย์ตาสจะยังไม่ถูกลงโทษก็ตาม แต่ทว่าหากวิดีโอที่ศาลได้ชมนั้นเป็นเรื่องจริง ตัวเขานั้นก็คงไม่น่ารอดจากคดีคุกคามทางเพศนี้ ยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีอดีตนักเรียนตัวเองมาเกี่ยวข้องคงจะทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไม่น้อยสำหรับตำนานของวงการต่อสู้คนนี้ ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
เรนาโต้ โมอิคาโน่

เรนาโต้ โมอิคาโน่ ที่แพ้ต่อ ราฟาเอล ไฟเซฟ ในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256

กลายเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่พอสมควร หลังจากที่ เรนาโต้ โมอิคาโน่ ได้แพ้ต่อราฟาเอล ไฟเซฟในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256 และทางฝ่ายแรกได้ออกมาโทษว่ากรรมการอาจทำข้อผิดพลาดในการตัดสินจนเขาต้องแพ้ไป โดยทางโมอิคาโน่ได้มองว่าผู้ตัดสินอย่างคริส ทอกโนนี่ว่าตัวเขาสามารถสู้ได้ต่อ แม้ว่าจะโดนเล่นงานร่วงไปก็ตาม ซึ่งผลการตัดสินของไฟท์นี้นั้น นับว่าเป็นชัยชนะครั้งที่สามติดต่อกันของราฟาเอล ไฟเซฟแล้ว ส่วนทางโมอิคาโน่คงต้องหาทางกลับมาเส้นทางชัยชนะต่อไปเช่นกัน                หลังจากจบไฟท์มาแล้วนั้นทาง เรนาโต้ โมอิคาโน่ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรรมการในไฟท์อย่างคริส ทอกโนนี่ไว้ว่า เขาคิดว่าผู้ตัดสินน่าจะทำพลาดในไฟท์ เพราะหากย้อนไปดูในแมตช์นี้ดีๆ นั้น เขายังตั้งการ์ดได้อยู่เลยและเตรียมที่จะโจมตีกลับไปแล้ว แต่คริสกลับเข้ามแทรกกลางก่อนและจะตัดสินให้เขาแพ้ไป แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ต้องการวิจารณ์การทำหน้าที่ของใครก็ตาม ทว่าเขาเองก็เคยถูกเล่นงานจนร่วงมาก่อนจะกลับมาลุกขึ้นสู้และเอาชนะได้มาแล้ว ส่วนการโดนชกกลางแมตช์นั้นมันเป็นเรื่องปกติของกีฬานี้อยู่แล้วด้วย เรนาโต้ โมอิคาโน่ คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้ง                ส่วนการพ่ายแพ้ของเรนาโต้ โมอิคาโน่นั้นเจ้าตัวก็ยอมรับเองว่าตัวเขาก็ทำได้ไม่ดีพอ เพราะเขาไม่ยอมทำตามแผนที่เหล่าโค้ชได้วางเอาไว้จนต้องออกมารับสภาพว่า ตัวเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ตัวเองเคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปจนเท้าไม่ติดพื้น แต่ทว่าเขายังมีสติอยู่ตลอดเวลาในไฟท์นี้ แม้ว่าเขาจะได้ไปดูวิดีโอการต่อสู้ของตัวเองและเจ้าตัวก็โดนเล่นงานจนร่วมลงไป แต่ตัวเขาก็พยายามป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนน่าเสียดายที่ไม่สามารถสู้ต่อได้                เรียกว่าทางเรนาโต้ โมอิคาโน่คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ตัวเองโชคร้ายในไฟท์และโดนกรรมการยุติการชกมวยไปทั้งที่เจ้าตัวยังเชื่อว่า สามารถสู้ต่อได้ก็ตาม ส่วนสถิติเดิมของตัวเขานั้นถือว่าต้องแพ้มาติดต่อกันถึงสามไฟท์แล้วจากการยุติของผู้ตัดสินเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
คาลิล เราท์ทรี

คาลิล เราท์ทรี กับ มาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท

ถือเป็นแมตช์ประกอบรายการที่น่าดูไม่น้อย สำหรับการเจอกันของ คาลิล เราท์ทรี กับมาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท โดยพวกเขาจะได้เจอกันในรายการยูเอฟซี่ครั้งที่ 257 ในวันที่ 23 เดือนมกราคมปี 2021 ที่จะมีแมตช์การกลับมาของคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์มาเป็นคู่เอกประจำค่ำคืน แม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นทางคาลิลจะเริ่มมีแผนเตรียมแขนมและลาสังเวียนไป แต่ทว่าเจ้าตัวกลับเปลี่ยนใจ เมื่อเขายังคงต้องการแก้มือจากไฟท์ระหว่างเจ้าตัวกับไอออน คูเคลาบาที่เขาเคยแพ้ไปตั้งแต่ปี 2019 นั่นเอง                ตามกำหนดการเดิมนั้นทาง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี แต่ทว่าการมาของไวรัสโควิดได้ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดรายการได้ตามปกติจนทำให้แผนการกลับมาของเขาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนทำให้เขาต้องห่างจากสังเวียนไปนานกว่าเดิม โดยสถิติตลอดอาชีพของเขานั้นอยู่ในระดับกลางด้วยการชนะ 4 ครั้ง แพ้ 4 ครั้งพร้อมกับไม่มีการตัดสินอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับรอเจอคู่ต่อสู้ที่กำลังต้องการชัยชนะในสมาคมนี้เช่นกัน                ในส่วนคู่ต่อสู้ของเราท์ทรีนั้นคือมาร์ซิน พราชโอนี ซึ่งยังไม่เคยเอาชนะใครได้เลยในสมาคม นับตั้งแต่การเจอกับแซม อัลเวย์ มาโกเมด อันคาเลฟและไมค์ โรดิเกวซที่จบลงด้วยชัยชนะของคู่แข่งทั้งสาม แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวของพราชโอนีจะเคยครองสถิติไม่แพ้ใครเลยตลอดแปดไฟท์ในสมาคมอย่างวันแชมป์เปี้ยนชิพนั่นเอง ซึ่งคงเป็นโอกาสอันดีที่นักชกมวยในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทจะมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งผ่านสังเวียนยูเอฟซีครั้งที่ 257 นั่นเอง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี                นับว่าเป็นไฟท์ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการเจอกันของคาลิล เราท์ทรีกับมาร์ซิน พราชโอนี่ที่ผ่านแรกก็เคยพ่ายแพ้มาจนต้องการจะกอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้ง ส่วนอีกฝ่ายก็คือนักสู้ที่เคยมีผลงนแข็งแกร่งจนไร้พ่ายมาก่อน จนกระทั่งต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเขาดีพอจะสู้กับคนอื่นในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทนี้ได้เช่นกัน […]

Continue Reading
ฟรอยด์ เมเวทเธอร์จูเนียร์

ฟรอยด์ เมเวทเธอร์จูเนียร์ ได้ออกมายืนยันว่าตัวเขาจะขึ้นชกกับยูทูบเบอร์คนดังอย่าง โลแกน พอล

ข่าวกีฬาต่างประเทศวันนี้ถือว่าน่าจะเป็นไฟท์ที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อทาง ฟรอยด์ เมเวทเธอร์จูเนียร์ ได้ออกมายืนยันว่าตัวเขาจะขึ้นชกกับยูทูบเบอร์คนดังอย่างโลแกน พอลในรูปแบบของมวยโชว์แบบที่ไมค์ ไทสันกับรอย โจน จูเนียร์เพิ่งขึ้นชกกันไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนนั่นเอง โดยไฟท์ที่ว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 และทางแชมป์โลกทั้ง 5 รุ่นนี้ยังคงมีสถิติไร้พ่ายจากการขึ้นชกมวยอาชีพมาตลอด 50 นัดจนกระทั่งเขาได้ประกาศแขวนนวมไปช่วงก่อนหน้านี้นั่นเอง                ด้วยอายุของ ฟรอยด์ เมย์เวทเธอร์จูเนียร์ เองที่ 43 ปีนั้นจึงทำให้เจ้าตัวคิดว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะขึ้นสังเวียนชกอีกต่อไป แต่ทางคู่ต่อสู้ของเขาครั้งนี้กลับไม่ใช่นักมวยอาชีพแต่อย่างใด ซึ่งทางโลแกน พอลนั้นมีชื่อเสียงมากจากการทำช่องยูทูบที่มีคนติดตามมากกว่า 22 ล้านคนทั่วโลกและเจ้าตัวเคยขึ้นชกกับคนดังในโลกออนไลน์เช่นกันอย่าง เคเอสไอที่สามารถเอาชนะพอลได้มาแล้วในปี 2019 โดยทางพอลนั้นเคยออกมาท้าทายนักแชมป์ไร้พ่ายมาก่อนหน้านี้แล้ว จนกระทั่งเกิดเป็นไฟท์มวยโชว์ขึ้นมาในที่สุด                สำหรับการชกครั้งสุดท้ายของฟรอยด์ เมย์เวทเธอร์จูเนียร์นั้นได้เกิดขึ้นในปี 2018 ที่เจ้าตัวได้รับคำท้าทายมาจากนักสู้คิกบอกซิ่งจากประเทศญี่ปุ่นอย่างเทนชิน นาซึกะวาที่จบลงด้วยเวลาเพียง 140 วินาทีหรือไม่ถึง 3 นาทีด้วยการชนะน็อคพร้อมกับรับค่าตัวไปถึง 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปอย่างง่ายดาย ส่วนทางด้านพี่น้องตระกูลพอลอีกคนอย่างเจคนั้นก็เพิ่งจะแสดงผลงานการชกที่ยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะนักบาสเกตบอลอย่างเนต โรบินสันมาได้พร้อมกับเสียงวิจารณ์เรื่องความพร้อมของนักชกอีกด้วย การชกครั้งสุดท้ายของ ฟรอยด์ เมย์เวทเธอร์จูเนียร์ นั้นได้เกิดขึ้นในปี 2018                นับว่าการคืนสังเวียนของฟรอยด์ เมย์เวทเธอร์นั้นอาจไม่ได้เป็นเรื่องการฝีมือแต่อย่างใด เพราะความสามารถเรื่องกีฬานั้น […]

Continue Reading