ยูเอฟซีเวกัส

วันเดอร์บอย ธอมป์สัน ที่ปราบจอร์ฟ เนลไปได้ในรายการยูเอฟซีเวกัส

ดูเหมือนว่าคนที่น่าจับตามองที่สุดของรุ่นเวลเตอร์เวทคงจะหนีไม่พ้นทางสตีเฟ่น วันเดอร์บอย ธอมป์สัน ไปเสียแล้ว เมื่อเจ้าตัวสามารถเอาชนะจอร์ฟ เนลไปได้ในคู่เอกของรายการยูเอฟซีเวกัสครั้งที่ 17 นั่นเอง ซึ่งทางอดีตผู้ท้าชิงคนนี้ได้กลับมาแสดงลงานแกร่งอีกครั้ง หลังจากที่สามารถไล่เล่นงานจากเนลได้ตลอดถึง 5 ยกและไม่มีทีท่าจะสามารถเอาคืนได้เลย ก่อนที่สุดท้านแล้วทางธอมป์สันจะสามารถเอาชนะคะแนนไปได้ในที่สุด                หลังจากที่ วันเดอร์บอย ธอมป์สัน สามารถทำแต้มชนะไปที่ 50 ต่อ 45 แล้วนั้นก็ทำให้ตัวเขาสามารถทำเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้ถึง 2 ไฟท์ติดต่อกันไปแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาแสดงความเห็นของตัวเองว่า ตัวเขารู้สึกดีมากเพราะตัวเองต้องหยุดแข่งไปถึงหนึ่งปี เพราะเกิดมือหักทั้งสองข้างจากการต่อสู้ในรายการยูเอฟซี 244 ที่เกิดขึ้นในปี 2019 จนทำให้ตัวเขาได้พักการขึ้นชกไปนานที่สุดนับตั้งแต่อยู่ในวงการมา อีกทั้งยังดีใจมากเมื่อตัวเขาได้กลับมาสู่สังเวียนอีกครั้ง นอกจากนี้ตัวของจอร์ฟเองก็เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากอีกคนหนึ่งเช่นกัน วันเดอร์บอย ธอมป์สัน สามารถทำแต้มชนะไปที่ 50 ต่อ 45                 ด้วยผลงานของวันเดอร์บอยที่มีจุดเด่นในเรื่องการขยับเท้าทั้งสองที่รวดเร็วพร้อมกับกวาดแข้งเตะเล่นงานจอร์ฟ เนลได้ตลอดคู่เอกในคืนนั้น แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามเดาทางการโจมตีของสตีเฟ่น แต่ทว่าเจ้าตัวกลับทำไม่สำเร็จ ซึ่งทุกครั้งที่เนลพยายามจะโจมตีเอาคืนนั้น ทางธอมป์สันก็มักจะหลบหรือหาทางป้องกันได้เสมอ จนกระทั่งในยกสองที่ธอมป์สันสามารถโจมตีและคอนโบเล่นงานทางเนลหมดทางจะเล่นงานคืนและต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไป                เรียกว่าฟอร์มที่แข็งแกร่งของสตีเฟ่นวันเดอร์บอย ธอมป์สันในคู่เอกนี้เองที่จะทำให้ตัวเขาสามารถกลับขึ้นไปตีอันดับเพื่อขึ้นชกมวยกับนักสู้คนอื่นๆ ในรุ่นได้ โดยเจ้าตัวพยายามท้าทายจอร์จ มาสวิดัลที่ตัวเองเคยแพ้อย่างหมดรูปมาก่อนในปี 2017 ซึ่งตัวเขาต้องการจะประกาศว่าปี […]

Continue Reading
วันเดอร์บอย

วันเดอร์บอย ธอมป์สันที่ผิดหวังกับทิศทางของวงการสมาคมยูเอฟซี

เป็นความเห็นที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับทางสตีเฟ่น วันเดอร์บอย ธอมป์สันที่ออกมาพูดถึงระบบการจัดการของสมาคมยูเอฟซี เรื่องการจัดลำดับของนักสู้ในแต่รุ่น ซึ่งตัวเขามองว่าทุกวันนี้ทางทีมงานเน้นเรื่องความนิยมกับกระแสของสังคมมากเกินไปจนทำให้นักสู้ที่มีฝีมือบางคนไม่ได้รับโอกาสนั้น โดยที่เจ้าตัวนั้นก็เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างวินเซนต์ ลูเก้ได้ในไฟท์ล่าสุดและเคยคิดไว้ว่าจะทำอันดับขึ้นไปเจอกับคนที่อยู่อันดับสูงกว่าในรุ่นเวลเตอร์เวท แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างนั้น                หลังจากที่ทาง วันเดอร์บอย ธอมป์สันได้เห็นโพสต์ของนักสู้ลำดับที่สามอย่างลีออน เอ็ดเวิร์ดต้องการเจอกับนักสู้ที่อยู่ลำดับสูงนั้น ตัวเขาก็เริ่มคิดว่าอาจเป็นอากาสอันดีที่ทั้งสองจะมีโอกาสสู้กัน แต่ทว่าคำตอบของเอ็ดเวิร์ดนั้นกลับทำให้ขึงกับสับสนเลยทีเดียว เมื่อทางลีออนบอกว่าเขาไม่ได้อยากสู้ด้วย ก่อนที่ทางเอ็ดเวิร์ดเองจะโดนตัดชื่อออกจากการจัดลำดับและก็กลับมาอีกครั้ง รวมถึงตอนนี้เขาจะได้สู้กับคัมแซท ชิเมฟแต่ทว่ากลับมีคนติดเชื้อโควิดจนทำให้เรื่องราวกลับวุ่นวายไปหมด วันเดอร์บอย ธอมป์สันได้เห็นโพสต์ของนักสู้ลำดับที่สามอย่างลีออน เอ็ดเวิร์ด                สิ่งที่ทำให้วันเดอร์บอยไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทำไมเอ็ดเวิร์ดถึงไม่ยอมสู้กับเขาและเลือกจะไปใช้สังคมออนไลน์เพื่อบ่นว่า ไม่มีใครในแรงค์ที่ต้องการเจอกับเขา ทั้งทีทางธอมป์สันที่อยู่ในลำดับห้าได้ท้าเจอไปแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ ก่อนที่จะเกิดไฟท์กับคัมแซทขึ้น เพียงเพราะว่าทางสมาคมต้องการจะเจาะตลาดที่คาบิบทำเอาไว้ก่อนจะแขวนนวมไป จนดูเหมือนว่ายูเอฟซีต้องการแค่ความนิยมของฐานคนดูมากกว่าจะจัดไฟท์ผ่านความสามารถของนักสู้แต่ละคนไปเสียอย่างนั้น                เข้าใจได้ว่าทางสตีเฟ่นวันเดอร์บอยธอมป์สันคงหัวเสียไม่น้อยที่สุดท้ายเหล่านักมวยก็ทำเพื่อความนิยมหรือชื่อเสียงมากกว่าจะต่อสู้และคัดเลือกผ่านฝีมือของตัวเอง ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคัมแซทแต่ทว่ายังมีนักสู้มากที่สมควรได้รับโอกาสมากกว่านี้นั่นเอง ติดตามเรื่องราวกีฬาต่าง ๆ มากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
จอร์ฟ เนล

จอร์ฟ เนล ที่ไม่สนเรื่องกระแสของ คัมแซท ชีเมฟ นักสู้ดาวรุ่ง

แม้ว่าทางรุ่นเวลเทอร์เวทจะมีเรื่องมากมายเป็นกระแสก็ตาม แต่ทว่าทาง จอร์ฟ เนล ที่มีไฟท์ต้องเจอกับสตีเฟ่น ธอมป์สันนั้นไม่ได้มีสนใจว่าข่าวคราวในวงการจะเป็นอะไร โดยเฉพาะเรื่องของคัมแซท ชีเมฟที่เป็นนักสู้ดาวรุ่งและมีสถิติชนะสองไฟท์เท่านั้น แต่กลับได้ขึ้นชกเป็นคู่ใหญ่จนทางธอมป์สันต้องออกมาพูดถึงกระแสนี้ว่าตัวเขาไม่เข้าใจเลย ส่วนทางจอร์ฟนั้นก็มองว่าสิ่งที่คัมแวททำนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ทว่านักสู้คนนั้นก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอเช่นกัน                การที่ จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ กับนักชกในรุ่นเดียวกันอย่างคัมแซท ชีเมฟที่เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ถึงสองไฟท์ในระยะเวลาเพียง 10 วันก็ตาม ซึ่งตัวเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลย แต่ตัวเขาก็อยู่ในสมาคมนี้เช่นกัน เพราะยูเอฟซีก็เป็นธุรกิจหนึ่ง  แล้วสิ่งที่คัมแซททำเพื่อมายืนถึงจุดนี้ก็เป็นวิธีการที่เข้าใจได้ หากพูดในมุมมองของธุรกิจ แต่ถ้าเป็นเรื่องการต่อสู้นั้น ทางจอร์ฟมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่นักสู้คนนี้จะมาอยู่ลำดับสูง จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ                เมื่อจอร์ฟ เนลได้พูดถึงเรื่องรุ่นน้ำหนักของตัวเองนั้น ตัวเขาก็มองว่าทางคัมแซทเพิ่งจะมีโอกาสได้สู้ในรุ่นเวลเทอร์เวทเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าตัวกลับมาอยู่ในอันดับสามของตารางได้มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และตัวเขาไม่สมควรได้รับมัน เพราะส่วนตัวนั้นตัวเขาควรได้รับความนิยมตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น นอกจากการพูดถึงนักสู้ในรุ่นเดียวกันแล้วนั้น ทางจอร์ฟก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับนิสัยตัวเองที่รู้สึกรักศักดิ์ศรีของตัวเองและไม่ได้มาสู่ในยูเอฟซีเพื่อเงินแต่อย่างใด เพราะตัวเขาต้องการจารึกชื่อของเขาไว้ในวงการมากกว่า                อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นกัน หากทางจอร์ฟ เนลนั้นอาจตกอันดับไปแล้วมีทางคัมแซท ชีเมฟมาแทนที่เขา ทั้งที่ประสบการณ์และจำนวนไฟท์ต่างกัน แม้ว่าทุกอย่างบนโลกจะเป็นเรื่องของธุรกิจก็ตาม แต่หากใช้ความนิยมในการเลือกคู่ต่อสู้กัน ทางสมาคมก็อาจกลายเป็นมวยโชว์ไปได้ในอนาคตเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
แคท เมอร์ชานท์

แคท เมอร์ชานท์ แชมป์โลกกับอาการบาดเจ็บที่สมองด้วยอายุเพียง 28 ปี

               เป็นข่าวร้ายของวงการรักบี้อยู่เสมอ เมื่อล่าสุดทางแชมป์โลกอย่าง แคท เมอร์ชานท์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สมาคมดูแลสุขภาพของนักแข่งที่เกษียณตัวเองไปแล้ว หลังจากที่เธอก็มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอยู่หลายครั้งจากการแข่งขัน ซึ่งจากการวิจัยของเฮดเวย์นั้นได้เปิดเผยว่า ตัวนักกีฬาเพศหญิงนั้นมีโอกาสจะได้รับอาการบาดเจ็บมากกว่าเพศชายอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวนั้นได้ลาจากสนามไปด้วยอายุเพียง 28 ปีเท่านั้นในปี 2014 จากอาการบาดเจ็บของเธอมากกว่า 11 ครั้งในอาชีพตลอด 14 ฤดูกาล                จากการเปิดเผยของ แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลง ซึ่งตัวเองนั้นไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำของเธอได้อย่างปกติโดยไม่มีอาการปวดหัวเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังมีอาการติดอ่างกับหลงลืมคำพูดต่างๆ ระหว่างสนทนาเช่นกัน นอกจากนี้ในประแสปัจจุบันนั้นทางอดีตแชมป์โลกอีกคนอย่างสตีฟ ธอมป์สันก็ได้นำเหล่านักรักบี้มารวมตัวกันเพื่อฟ้องเหล่าผู้บริหารจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าทางแชมป์หญิงคนนี้จะเห็นต่างออกไป แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ลดลง                สิ่งที่แคท เมอร์ชานท์ออกมาเสนอก็คือสวัสดิการของเหล่านักแข่งที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้เกษียณตัวเองจากสนาม ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า สำหรับคนที่ลาจากสนามไปแล้วนั้นจะมีความรู้สึกว่า พวกเขามีความสุขที่ได้ลงเล่นมาตอดหลายปี แต่มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องบอกลาแล้ว ส่วนหนึ่งที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็คือเธอเองที่ต้องปประกาศเลิกแข่งตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 28 ปีนั้นก็เริ่มรู้สึกสูญเสียตัวต้นไปและตัวเธอเองก็ต้องการความช่วยเหลือในด้านของสภาพจิตใจ นอกเหนือจากร่างกายอีกด้วย                คงจะพูดได้ว่าสิ่งที่แคท เมอร์ชานท์พยายามเสนอออกมาก็เป็นเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้เล่นที่เกษียณหลายคนอาจไม่ได้มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองกันทุกคน แต่ทว่าการให้ความช่วยเหลือแก่คนที่บอกลาวงการรักบี้ไปนั้นอาจช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงสภาพจิตใจที่อดีตแชมป์โลกยอมรับอีกว่า เคยต้องนั่งร้องไห้เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่เธอทำมาตลอดได้อีกแล้วนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาหลากหลายแนวได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading