แคท เมอร์ชานท์

แคท เมอร์ชานท์ แชมป์โลกกับอาการบาดเจ็บที่สมองด้วยอายุเพียง 28 ปี

               เป็นข่าวร้ายของวงการรักบี้อยู่เสมอ เมื่อล่าสุดทางแชมป์โลกอย่าง แคท เมอร์ชานท์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สมาคมดูแลสุขภาพของนักแข่งที่เกษียณตัวเองไปแล้ว หลังจากที่เธอก็มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอยู่หลายครั้งจากการแข่งขัน ซึ่งจากการวิจัยของเฮดเวย์นั้นได้เปิดเผยว่า ตัวนักกีฬาเพศหญิงนั้นมีโอกาสจะได้รับอาการบาดเจ็บมากกว่าเพศชายอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวนั้นได้ลาจากสนามไปด้วยอายุเพียง 28 ปีเท่านั้นในปี 2014 จากอาการบาดเจ็บของเธอมากกว่า 11 ครั้งในอาชีพตลอด 14 ฤดูกาล                จากการเปิดเผยของ แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลง ซึ่งตัวเองนั้นไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำของเธอได้อย่างปกติโดยไม่มีอาการปวดหัวเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังมีอาการติดอ่างกับหลงลืมคำพูดต่างๆ ระหว่างสนทนาเช่นกัน นอกจากนี้ในประแสปัจจุบันนั้นทางอดีตแชมป์โลกอีกคนอย่างสตีฟ ธอมป์สันก็ได้นำเหล่านักรักบี้มารวมตัวกันเพื่อฟ้องเหล่าผู้บริหารจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าทางแชมป์หญิงคนนี้จะเห็นต่างออกไป แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ลดลง                สิ่งที่แคท เมอร์ชานท์ออกมาเสนอก็คือสวัสดิการของเหล่านักแข่งที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้เกษียณตัวเองจากสนาม ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า สำหรับคนที่ลาจากสนามไปแล้วนั้นจะมีความรู้สึกว่า พวกเขามีความสุขที่ได้ลงเล่นมาตอดหลายปี แต่มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องบอกลาแล้ว ส่วนหนึ่งที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็คือเธอเองที่ต้องปประกาศเลิกแข่งตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 28 ปีนั้นก็เริ่มรู้สึกสูญเสียตัวต้นไปและตัวเธอเองก็ต้องการความช่วยเหลือในด้านของสภาพจิตใจ นอกเหนือจากร่างกายอีกด้วย                คงจะพูดได้ว่าสิ่งที่แคท เมอร์ชานท์พยายามเสนอออกมาก็เป็นเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้เล่นที่เกษียณหลายคนอาจไม่ได้มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองกันทุกคน แต่ทว่าการให้ความช่วยเหลือแก่คนที่บอกลาวงการรักบี้ไปนั้นอาจช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงสภาพจิตใจที่อดีตแชมป์โลกยอมรับอีกว่า เคยต้องนั่งร้องไห้เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่เธอทำมาตลอดได้อีกแล้วนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาหลากหลายแนวได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ทีมเรดบูล

ทีมเรดบูล ที่ส่งสัญญานถึงทีมแชมป์โลกอย่างเมอร์ซิเดสในการแข่งขัน

ถือเป็นการส่งท้ายปีที่น่ายินดีของ ทีมเรดบูล เมื่อนักขับอย่างแมกซ์ แวร์สแทพเพนได้คว้าชัยในรายการอาบูดาบีได้สำเร็จ เหนือนักแข่งอย่างลูวิส แฮมิลตันที่เป็นแชมป์โลกจากทีมเมอร์ซิเดสไปได้อย่างสวยงาม โดยนักแข่งชาวดัตช์นั้นสามารถทำผลงานได้เหนือนักแข่งอีกคนอย่างเซบาสเตียน เวทเทลที่เคยอยู่ทีมเฟอร์รารี่มาก่อนในช่วงสามที่แล้ว ส่วนแมกซ์เองที่เคยสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึงสี่สมัยในช่วงเวลาต้นยุค 2010 นั้นก็ไม่ได้มีผลงานที่ดีในฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน แต่เหมือนว่าสถานการณ์อย่างเปลี่ยนไปแล้ว                ย้อนไปในปี 2014 นั้นทาง ทีมเรดบูล ก็เริ่มเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อการแข่งขันจำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริดดจนทำให้รถของพวกเขาไม่แข็งแกร่งอย่างเคย รวมถึงการมาของลูวิส แฮมิลตันที่ทำให้ทีมของเขากลายเป็นจ้าวแห่งสนามขึ้นมา ส่วนผลงานของทีมกระทิงก็ไม่กลับมาเป็นอย่างเคยนับตั้งแต่นั้น โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปนั้นทีมจากเครื่องดิ่มก็มักจะเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดี จนกระทั่งเริ่มพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีแสดงผลงานดีในช่วงท้ายฤดูกาลแทนจนพวกเขาหวังว่าในปีหน้าอาจเป็นเวลาของพวกเขาแล้ว                แม้ว่าชัยชนะของทีมเรดบูลจากฝีมือของแมกซ์ แวร์สแทพเพนนั้นอาจไม่มีใครคาดไว้ก่อนก็ตาม แต่ทีมของเขานั้นก็เริ่มค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับทีมเมอร์ซิเดสอยู่ช่วงหนึ่งแล้ว ย้อนไปในรายการอย่างเอมิเลีย โรแมกน่าที่ทางแมกซ์เองก็เกือบจะแซงเวทเทลได้ แต่ทว่ากลับมีปัญหากับตัวรถเสียก่อนจนต้องแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงในรายการที่ประเทศตุรกีที่ทางแมกซ์ต้องการจะอาศัยผิวสนามที่ลื่นกว่าปกติเพื่อเอาชนะในการแข่งขันนี้ แต่ก็ไปชนกับเซอร์จิโอ เฟเรสจนตัดโอกาสตัวเองไปอีกครั้งหนึ่ง ชัยชนะของ ทีมเรดบูล จากฝีมือของ แมกซ์ แวร์สแทพ                หลังจากที่ทางทีมเรดบูลได้แค่เกือบเอาชนะมาได้หลายครั้งนั้น พวกเขาก็ประสบความสำเร็จส่งท้ายปีเข้าจนได้ ส่วนทางทีมเมอร์ซิเดสนั้นคงจะต้องเป็นห่วงทางแชมป์โลกอย่างลูวิส แฮมิลตันว่าพร้อมที่จะแข่งขันต่อไปหรือไม่ หลังจากที่เขายังไม่มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เพราะเคยติดไวรัสโควิดนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ลูอิส แฮมมิลตัน

ลูอิส แฮมมิลตัน ที่เพิ่งจะคว้าแชมป์โลกได้ไม่นาน ขณะที่โลกทั้งใบยังคงติดอยู่กับภาวะโควิด

ข่าวกีฬาล่าสุดจะบอกว่าเป็นชายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักแข่งรถก็ว่าได้ สำหรับทาง ลูอิส แฮมมิลตัน ที่เพิ่งจะคว้าแชมป์โลกได้ไม่นาน ขณะที่โลกทั้งใบยังคงติดอยู่กับภาวะโควิดที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก โดยทางนักแข่งคนนี้จะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างมาก จากเดิมที่จะต้องเดินทางไปรอบโลก แต่ปัจจุบันเขาตองคอยแข่งอยู่แต่ในทวีปยุโรปเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง                สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทาง ลูอิส แฮมมิลตัน เองก็มองว่า ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้อยู่กับที่เสียทีและได้ใช้เวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์โดยที่ไม่ต้องไปไหนหลังจากที่แข่งขันเสร็จ ซึ่งตัวเขายอมรับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของเขาและนับว่ามันเป็นเรื่องดี แม้ว่าเขาจะเสี่ยงและเจอกับเรื่องท้าทายมากกว่าเดิมก็ตาม โดยเขาเชื่อว่าทุกคนบนโลกก็กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในรูปแบบต่างๆ เช่นกัน                สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทางลูอิส แฮมมิลตันได้เปลี่ยนไปมากเลยก็คือการที่จะต้องถูกกักตัวเพื่อกับการแพร่เชื้อไวรัสโควิด ซึ่งในเวลานี้เองที่ทำให้เขาได้ทำสมาธิพร้อมกับได้มีเวลาคิดทบทวนสิ่งอื่นๆ ทั้งการหาความสุขให้กับตัวเอง ความสงบต่างๆ รวมทั้งการค้นหาจุดอ่อนของตัวเขาในระหว่างการฝึก โดยเขาเองก็ต้องแยกตัวออกจากสังคมเป็นระยะเวลาหนึ่งจนเข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกด้วย ลูอิส แฮมมิลตัน เองก็มองว่า ในที่สุดเขาก็มีโอกาส                จะบอกว่าเป็นโชคดีของลูอิส แฮมมิลตันก็ได้ที่บังเอิญต้องมาเจอกับปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเหมือนกับทุกคนบนโลก จนทำให้เขานั้นได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองและการพยายามปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจนประสบความสำเร็จสูงสุดอีกครั้งในช่วงเวลาที่ทั้งโลกก็ลำบากไม่แพ้กันนั่นเอง

Continue Reading
จอน มอกซ์ลีย์

จอน มอกซ์ลีย์ กับความสำคัญของแชมป์โลกเออีดับเบิ้ลยูของมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาต่างประเทศเรียกได้ว่าเป็นชีวิตใหม่ของ จอน มอกซ์ลีย์ เลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นแชมป์โลกประจำสมาคมออลอีลีทเรสลิ่งที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสก็อต ฟิชแมนจากทีวีอินไซเดอร์ว่าเข็มขัดที่เขาครอบครองอยู่นั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างมากและเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับวงการมวยปล้ำ แม้ว่าทางโคดี้เพื่อนร่วมสมาคมของเขาจะประกาศว่าแชมป์ทีเอนทีที่เจ้าตัวเป็นแชมป์อยู่ก็สำคัญไม่แพ้กันก็ตาม                ในอาชีพของ จอน มอกซ์ลีย์ นั้นเขาถือว่าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อยู่ในสมาคมอิสระ เมื่อเข้าคว้าแชมป์ประจำสมาคมคอมแบตโซน ก่อนที่จะได้ย้ายไปสู่สมาคมดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอีพร้อมคว้าแชมป์สำคัญได้มากมายและเป็นแกรนด์สแลมหรือแชมป์หลักสี่เส้นจนจบอีกด้วย จนกระทั่งในปี 2019 ที่เขาตัดสินใจลาออกจากสมาคมและย้ายมาสู่ออลอีลีทเรสลิ่งจากคำเชิญชวนของคริส เจอริโก้นั่นเอง                หลังจากที่มอกซ์ลีย์ได้ย้ายมาสมาคมใหม่แล้วนั้น เขาก็ใช้เวลาไม่นานก่อนที่จะคว้าแชมป์โลกมาจากคริส เจอริโก้ได้ในรายการเรฟโวลูชั่นในช่วงต้นปี 2020 พร้อมทั้งป้องกันแชมป์จากนักมวยปล้ำมากมายไม่ว่าจะเป็นเจค เฮกเกอร์ มิสเตอร์โบรดี้ ลีหรือแลนซ์ อาร์เชอร์ โดยเขาได้มองว่าการทุ่มเทของเจ้าตัวนี้เองที่ทำให้เข็มขัดเส้นนี้กลายเป็นแชมป์ที่มีคุณค่ามากของวงการนี้และเขาก็ป้องกันตำแหน่งด้วยความภูมิใจเช่นกัน จอน มอกซ์ลีย์ นั้นเขาถือว่าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อยู่ในสมาคมอิสระ                แม้ว่าทางมอกซ์ลีย์จะชี้ชัดว่าเข็มขัดของเขาคือแชมป์โลกตัวจริงก็ตาม แต่ในสมาคมเดียวกันนั้นก็ยังมีเข็มขัดอย่างทีเอนที ซึ่งเป็นเส้นที่โคดี้เจ้าของตำแหน่งมองว่าเป็นเส้นที่สำคัญที่สุดในสถานีโทรทัศน์นั่นเอง แต่ทางจอนก็มองว่าเขาไม่สนใจที่จะมาทำสงครามข้อความกับโคดี้ผ่านทวิตเตอร์อย่างที่ฝ่ายหลังเขียนข้อความไว้นั่นเอง

Continue Reading
แมตต์ ริดเดิ้ล

แมตต์ ริดเดิ้ล ซึ่งได้ย้ายไปอยู่สังกัดรอว์ในช่วงดราฟต์ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้มีโอกาสขึ้นปล้ำกับอดีตแชมป์โลก

เป็นการผลักดันที่แปลกประหลาดอยู่พอสมควร สำหรับกรณีของ แมตต์ ริดเดิ้ล ซึ่งได้ย้ายไปอยู่สังกัดรอว์ในช่วงดราฟต์ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้มีโอกาสขึ้นปล้ำกับอดีตแชมป์โลกอย่างเชมัสและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนทางวินซ์ แมคแมนเริ่มให้ความสนใจและต้องการจะผลักดันนักมวยปล้ำสายอาร์ทคนนี้ในอนาคตอันใกล้ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการถอดชื่อจริงอย่างแมตต์ ออกไปแบบที่แฟนๆ ยังคงไม่เข้าใจอีกด้วยติดต่ามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ                แมตต์ ริดเดิ้ล นั้นได้เริ่มต้นเข้าสู่วงการมวยปล้ำหลังจากที่เขาลาออกจากวงการศิลปะป้องกันตัวในปี 2014  โดยเขาได้เปิดตัวในการปล้ำครั้งแรกในปี 2015  พร้อมกับสร้างชื่อเสียงผ่านสมาคมอิสระต่างๆ อย่างอีโวฟและโปรเรสลิ่งเกอร์ริล่า ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแชมป์โลกของเวิลด์เรสลิ่งเน็ตเวิร์กหนึ่งสมัยและแชมป์โลกของอีโวฟอีกหนึ่งสมัยด้วยกัน ก่อนที่ต่อมาเขาจะย้ายมาสู่ค่ายเอนเอกซ์ทีในปี 2018 `              หลังจากที่ริดเดิ้ลได้เข้ามาอยู่ในบริษัทของวินซ์ แมคแมนแล้ว เขาก็ได้เริ่มต้นในค่ายพัฒนาทักษะอย่างเอนเอกซ์ทีทันที โดยเขาเคยมีโอกาสได้ชิงแชมป์เอนเอกซ์ทีและแชมป์ทวีปอเมริกาเหนือ แต่ทว่าเขาไม่เคยประสบความสำเร็จเลย จนกระทั่งเปลี่ยนมาจับคู่กับพีท ดันน์และสามารถคว้าแชมป์แทคทีมของค่ายมาครอง ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกเรียกตัวขึ้นมาปล้ำในค่ายสแมคดาวน์ที่กำลังมาแรงแทน                ด้วยการขึ้นไปสู่ค่ายที่ใหญ่กว่าเดิม ทำให้ทางริดเดิ้ลถูกตัดชื่อแมตต์ออกไปในที่สุด เนื่องจากทางวินซ์ แมคแมนต้องการจะให้เขามีบทบาทที่จริงจังมากขึ้น รวมทั้งเรื่องราวของสังเวียนที่เขามีข่าวพัวพันกับคดีล่วงละเมิดทางเพศกับนักมวยปล้ำหญิงจนโดนฟ้องอยู่อีกด้วย

Continue Reading
ไซโคซิด

ไซโคซิด หรือซิดวิเชียสอดีตแชมป์โลกสองสมาคม ซึ่งเกิดอุบัติเหตุที่น่ากลัวขณะปล้ำ

ข่าวต่างประเทศวันนี้หากพูดถึงอาการบาดเจ็บที่น่ากลัวของวงการมวยปล้ำนั้น หลายคนคงต้องนึกถึงเหตุการณ์ของ ไซโคซิด หรือซิด วิเชียสอดีตแชมป์โลกสองสมาคม ซึ่งเกิดอุบัติเหตุที่น่ากลัวขณะปล้ำจนขาซ้ายหักกลางเวทีและต้องเลิกปล้ำอย่างเต็มตัวทันทีในปี 2001 โดยที่เจ้าตัวนั้นก็ไม่ได้ต้องการใช้ท่ามวยปล้ำดังกล่าวอีกด้วย แต่ด้วยความกดดันของสมาคมเวิลด์แชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งที่ต้องการกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเองได้ทำให้เขาต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่น่าจดจำในชีวิต                ในรายการแรกของปี 2001 อย่างซินที่ตั้งชื่อตามบาปทั้งเจ็ดประการนั้น ทาง ไซโคซิด มีคิวต้องขึ้นท้าชิงแชมป์เฮฟวี่เวทของสมาคมที่มีสก็อต สไตเนอร์เป็นเจ้าของตำแหน่งพร้อมกับเจฟฟ์ จาร์เร็ตและนักมวยปล้ำปริศนาหนึ่งคน จนกระทั่งในช่วงเริ่มแมตช์นั้นทั้งสามคนแรกจะต้องสู้กันเองก่อน หลังจากที่นักมวยปล้ำปริศนายังไม่มาปรากฏตัว ซึ่งท้ายแมตช์นั้นทางซิดก็ขึ้นเชือกมุมเวทีแล้วตั้งใจจะถีบสไตเนอร์ ทว่าขาข้างซ้ายนั้นรับน้ำหนักของเขาไม่ไหวและหักเป็นสองท่อนทันที                หลังจากที่ไซโคซิดได้รับบาดเจ็บบนเวทีนั้น ทางนักมวยปล้ำปริศนาก็ต้องรีบเปิดตัวทันทีและเขาก็คือแอนนิมอลจากแทคทีมโร้ด วอร์ริเออร์นั่นเอง ก่อนที่แมตช์จะรีบตัดจบด้วยการให้สไตเนอร์มากดซิดที่ขยับตัวไม่ได้แล้วให้นับสามไป ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้สมาคมต้องเสียอดีตแชมป์โลกคนสำคัญที่ต้องไปพักรักษาตัวและเลิกปล้ำนานหลายปี โดยเจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาถูกบังคับจากทีมงานให้ลองใช้ท่ากลางอากาศดูบ้างจนเป็นที่มาของอุบัติเหตุนี้นั่นเอง ไซโคซิด มีคิวต้องขึ้นท้าชิงแชมป์เฮฟวี่เวทของสมาคม                โชคยังดีสำหรับไซโคซิดที่ยังสามารถกลับมาเดินและขึ้นปล้ำได้อีกครั้ง หลังจากที่รักษาและกายภาพบำบัดนานถึงสามปี ก่อนที่เขาจะมีโอกาสกลับมาปล้ำในรายการรอว์อีกครั้งในปี 2012 ด้วยการเอาชนะฮีท สเลเตอร์ไปได้ ก่อนที่อดีตแชมป์โลกคนนี้จะปิดฉากอาชีพไปในปี 2017 ในวัย 56 ปี

Continue Reading
เคอร์รี่ วอน

เคอร์รี่ วอน เอริคจากแชมป์โลกสู่จุดจบที่แสนเศร้าสำหรับวงการมวยปล้ำ

ข่าวกีฬาต่างประเทศวันนี้สำหรับวงการมวยปล้ำแล้วเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดเรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นกรณีของครอบครัววอน เอริคที่มักจะเสียสมาชิกในครอบครัวก่อนวัยอันควรเสมอ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออดีตแชมป์โลกอย่าง เคอร์รี่ วอน เอริคที่ครั้งหนึ่งเคยก้าวไปปล้ำอยู่ที่สมาคมเวิลด์เรสลิ่งเฟดเดอเรชั่นของวินซ์ แมคแมนในนามเท็กซัส ทอร์นาโด ก่อนที่สุดท้ายคำสาปของตระกูลมวยปล้ำชื่อดังนี้จะพรากชีวิตของเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ                ชีวิตนักมวยปล้ำของ เคอร์รี่ วอน เอริคนั้นเริ่มต้นในปี 1978 ในฐานะลูกชายของอดีตแชมป์โลก 23 สมัยอย่างฟริตซ์ วอน เอริค ก่อนที่เขาจะได้เปิดตัวในสมาคมบิ๊กไทม์หรือเอนดับเบิ้ลยูเอสาขาเท็กซัสนั่นเอง ก่อนที่เขาจะไปสร้างชื่อเสียงในค่ายเวิลด์คลาสแชมป์เปี้ยนชิพเรสลิ่งพร้อมกับคว้าแชมป์สหรัฐอเมริกามาได้ในปี 1980 ด้วยการเอาชนะจีโน่ เฮอร์นาเดซได้สำเร็จ จนกระทั่งตระกูลมวยปล้ำชื่อดังนี้จะมาสร้างประวัติศาสตร์กับทีมฟรีเบิร์ดจนโด่งดังไปทั่วโลกตลอด 5 ปีหลังจากนั้น                ส่วนจุดสูงสุดของเคอร์รี่นั้นก็เกิดขึ้นในปี 1984 ที่เจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกมาจากเดอะเนเจอร์บอยริค แฟลร์ได้สำเร็จหลังจากที่ท้าชิงมาหลายครั้ง พร้อมกับอุทิศชัยชนะนี้ให้แก่พี่ชายอย่างเดวิดที่เสียชีวิตก่อนรายการนี้เพียงสามเดือนเท่านั้น หลังจากนั้นเพียงสองปีเท่านั้น เจ้าตัวก็เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่จากการขับรถจักรยานยนต์จนต้องเสียเท้าขวาไปพร้อมปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ทว่าอาการบาดเจ็บครั้งนี้กลับส่งผลแก่ลูกชายคนสำคัญของตระกูลมวยปล้ำนี้อย่างไม่มีใครคาดคิด ชีวิตนักมวยปล้ำของ เคอร์รี่ วอน เอริคนั้นเริ่มต้นในปี 1978                หลังจากการผ่าตัดเท้าของเคอร์รี่นี้เองที่ทำให้อดีตแชมป์โลกต้องใช้ยาแก้ปวดจำนวนมากรวมถึงติดสารเสพย์ติดอีกด้วย จนกระทั่งในปี 1993 นั้นเขาจะถูกตำรวจจับในข้อหามีสารไว้ครอบครองและละเมิดคำสั่งที่เคยก่อไว้ในคดีครั้งแรกจนทำให้เขามีโอกาสติดคุกหลายปี ในที่สุดเคอร์รี่ก็เลือกที่จะจบชีวิตและตำนานของตระกูลมวยปล้ำไปอีกรายอย่างน่าเสียใจ

Continue Reading
มาฟฟลิ่น

มาฟฟลิ่น สอยกิลเบิร์ต 10-8 เข้า 16 คนชิงแชมป์โลกรอบ 32 คนสุดท้าย

ข่าวกีฬาต่างประเทศวันนี้ขอเสนอเรื่องราวของ สนุกเกอร์ ชิงแชมป์โลก 2020 รอบ 32 คนสุดท้าย เคิร์ท มาฟฟลิ่น จากนอเวย์ พบกับ ดาวิด กิลเบิร์ต จากอังกฤษ เกมนี้เล่นในระบบ 10 ใน 19 เฟรม เฟรมแรก เคิร์ท มาฟฟลิ่น เครื่องร้อน ลุกมากดเซนจูรี่เบรก 124 คะแนน ทางฝั่ง ดาวิด กิลเบิร์ต สวนด้วยเบรก 92 คะแนน ในเฟรมที่ 2 ได้ไปคนละเฟรม เท่ากันที่ 1-1 เฟรมที่ 3 เคิร์ทมาฟฟลิ่นลุกมากดเบรก 61 คะแนน ตามด้วยเบรก 56 คะแนนในเฟรมที่ 4 ทำให้ตอนนี้ เคิร์ทมาฟฟลิ่นเป็นฝ่ายออกนำ 3-1 เฟรมที่ 5 เป็นของ ดาวิด กิลเบิร์ต 85-33 […]

Continue Reading
มาร์ค เซลบี้

มาร์ค เซลบี้ ตบบราวน์ 10-6 เข้า 16 คนชิงแชมป์โลกรอบ 32 คนสุดท้าย

สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2020 รอบ 32 คนสุดท้าย แข่งขันในระบบ 10 ใน19 เฟรม ฉลามหิน มาร์ค เซลบี้ อดีตมือ 1 ของโลก เจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย แชมป์เดอะมาสเตอร์ 3 สมัย แชมป์เก็บคะแนนสะสม 18 รายการ ที่ปัจจุบันเป็นมือ 4 ของโลก พบกับ จอร์แดน บราวน์ แมตย์นี้เป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนติดตามในข่าวกีฬาต่างประเทศ เฟรมแรก เป็นของ มาร์ค เซลบี้ 63-53 เฟรมที่สอง เป็นของ จอร์แดน บราวน์ 76-14 ตามด้วยเฟรมที่สาม 78-0 ก่อนที่เฟรมที่สี่ จะกลับมาเป็นของมาร์ค เซลบี้79-56  ทำให้ผ่าน 4 เฟรม สกอร์เท่ากัน 2-2 เฟรมที่ 5 เป็นของ จอร์แดน […]

Continue Reading
ติง จุนฮุย

ติง จุนฮุย เฉือน มาร์ก คิง 10-9 เข้า 16 คน ชิงแชมป์โลกรอบ 32 คนสุดท้าย

ข่าวกีฬาต่างประเทศวันนี้เสนอเรื่องราวของ สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก รอบ 32 คนสุดท้าย แข่งขันในระบบ 10 ใน 19 เฟรม ติง จุนฮุย มือ 10 ของโลก เจ้าของแชมป์รายการเก็บคะแนนสะสม 14 รายการ และเจ้าของแชมป์ ยูเค แชมป์เปียนชิพ 2020 พบกับ มาร์ก คิง เฟรมแรก ติง จุนฮุย ออกมากดเซนจูรี่เบรก 104 คะแนน ตามด้วยเก็บเฟรมที่ 2 ด้วยสกอร์ 70-46 ชิงจังหวะออกนำไปก่อน 2-0 เฟรมที่ 3ติง จุนฮุยกดเบรก 66 คะแนน แต่ มาร์ก คิง ไล่แซงได้เฟรมนี้ 76-66 จากนั้นเฟรมที่ 4 กลับมาเป็นของติง จุนฮุยด้วยสกอร์ 71-1 ส่งให้ผ่าน 4 เฟรมติง […]

Continue Reading