เมนเทล-สปี

เมนเทล-สปี เสียชีวิตหลังต่อสู้กับโรคมะเร็งกว่า 20 ปี ด้วยความทรมาน

บิเบียน เมนเทล-สปี แชมป์สโนว์บอร์ดพาราลิมปิก 3 สมัยเสียชีวิตด้วยวัย 48 ปีหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกว่า 20 ปี ติดตามเรื่องราวของนักสู้หญิงคนนี้เพิ่มเติมได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ เธอได้รับรางวัลเหรียญทองที่ Sochi 2014 ซึ่งการเล่นพาราสโนว์บอร์ดได้เปิดตัวเกมก่อนที่จะได้รับสองตำแหน่งที่ Pyeongchang 2018 “พักผ่อนอย่างสงบที่บิเบียนแม่ที่รัก ลูกสาวที่รัก ” อ่านโพสต์จากครอบครัวของเธอในบัญชีอินสตาแกรมของเธอ “พวกเราจะไม่ลืมคุณ.” แอนดรูว์ พาร์สันส์ ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกสากลกล่าวว่า“ สิ่งที่ บิเบียน เมนเทล-สปี ทำเพื่อการเล่นกีฬาโดยทั่วไปนับประสาอะไรกับพาราสโนว์บอร์ดนั้นเป็นสิ่งที่วัดไม่ได้และคำพูดก็ไม่สามารถทำให้เธอหรือเธอได้รับความยุติธรรมได้ ทัศนคติเชิงบวกของเธอที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดการให้กำลังใจและการสนับสนุนเยาวชนที่มีความพิการในการเล่นกีฬาและค่านิยมของเธอในขณะที่แข่งขันในระดับสูงสุดนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและสร้างแรงบันดาลใจให้น่ากลัว นักสโนว์บอร์ดชาวดัตช์อยู่ในการแข่งขันในการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาวปี 2002 แต่เลือกที่จะตัดขาขวาส่วนล่างของเธอหลังจากการกลับมาของเนื้องอกในกระดูกแข้งของเธอ หลังจากการวินิจฉัยเบื้องต้นเมื่ออายุ 27 ปีเธอได้รับการรักษามะเร็งอีก 15 ครั้งและอยู่ระหว่างการฉายรังสีเพื่อสร้างพาราลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 การผ่าตัดหลังเมื่อปลายปี 2019 ทำให้เธอไม่มีความรู้สึกในส่วนล่างของร่างกายและเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมามีการประกาศว่าเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกในสมองส่วนปลาย นอกจากรางวัลพาราลิมปิก เมนเทล-สปี ยังได้รับรางวัลระดับโลกมากมายและเปิดตัวมูลนิธิ Mentelity เพื่อช่วยเหลือคนหนุ่มสาวที่มีปัญหาด้านสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ เธอยังได้รับรางวัลระดับชาติและระดับนานาชาติมากมายรวมถึงอัศวินอันทรงเกียรติแห่งออเรนจ์ – นัสเซาในเนเธอร์แลนด์ในช่วงชีวิตของเธอ เธอเคยกล่าวว่า ความจริงที่ว่าฉันให้กำลังคนอื่นทำให้ฉันภูมิใจ เมนเทลเริ่มอาชีพการเล่นสโนว์บอร์ดในปี […]

Continue Reading
งานวิ่ง

งานวิ่ง กับสถานการณ์ของโรคโควิดในประเทศไทยที่หลายคนเป็นกังวล

สำหรับนักวิ่งแล้วการที่ได้เข้าไปร่วม งานวิ่ง ตามสถานที่ต่าง ๆ นั้นถือเป็นความใฝ่ฝันเลยทีเดียวหลายคนแทบจะลงงานวิ่งทุกเดือนเพื่อที่จะไปเจอกับสถานที่ใหม่ ๆ หรือเพื่อนใหม่ ๆ ในช่วงกลางปีที่แล้วก็คงเป็นช่วงที่หลายคนนั้นกำลังรู้สึกยินดีกับการที่ได้กลับมาร่วมงานวิ่งหลังจากที่ในช่วงต้นปีเราได้พบเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ในขณะเดียวกันที่งานวิ่งทั่วประเทศนั้นกำลังเริ่มกลับมาจากในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดก็เกิดขึ้นอีกครั้งทำให้งานวิ่งหลาย ๆ งานต้องถูกเลื่อนออกไปและมีงานถูกยกเลิกเป็นจำนวนมากทำให้คนที่ได้สมัครงานใดงานหนึ่งไปแล้วก็คงต้องอดใจรอกันต่อไป Cr.Pixabay แน่นอนว่าเมื่อนักวิ่งไม่มีงานวิ่งให้ลงทำการแข่งขันสภาพจิตใจที่เพียบพร้อมไปด้วยแรงบันดาลใจการวิ่งก็หมดไปอย่างแน่นอนเพราะทุกวันนี้ก็ได้แต่ซ้อมโดยไม่มีจุดหมาย หรือบางคนได้ทำเป้าหมายของการวิ่งได้สำเร็จลุล่วงไปโดยไม่มีงานวิ่งแล้วด้วยซ้ำ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงกำลังรู้สึกเก่งความขี้เกียจอย่างแน่นอนเลยทีเดียว อย่างไรก็ดีอนาคตอันใกล้นี้ก็คงจะได้รับข่าวดีอย่างแน่นอนเพราะว่าในประเทศไทยกำลังได้รับวัคซีนเพื่อฉีดป้องกัน โรคโควิด และในอนาคตอันใกล้ งานวิ่ง ก็เริ่มกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้ง เพราะตอนนี้รัฐบาลกำลังผ่อนปรนกิจกรรมต่าง ๆ ให้กลับมาเริ่มจัดได้แล้วแต่ยังไงก็ต้องอยู่ในการควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดอีกครั้ง Cr.Pixabay โดยงานวิ่งส่วนใหญ่จะเริ่มกลับมาทำการจัดการแข่งขันในช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไปและสนามหลายสนามก็ยังรอคอยที่จะกลับมาจากงานวิ่งเพื่อให้นักวิ่งทุกคนได้กลับมาร่วมสนุกกับบรรยากาศเดิม ๆ ที่เคยได้รับรวมไปถึงบรรยากาศใหม่ ๆ สำหรับสนามใหม่ ๆ ที่นักวิ่งไม่เคยไปอีกด้วย ตอนนี้ทำได้เพียงแค่อดทนและรอไปก่อนอนาคตคงจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในสนามการแข่งขัน ติดตามเรื่องราวของวงการกีฬากับเราได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ เกมกีฬาที่หลายคนสนใจในวันนี้มีออกมาเป็นรูปแบบของเกมให้เลือกเล่นมากมายที่เว็บไซต์ UFA9889 รับรองได้ว่าคอกีฬาต้องถูกใจอย่างแน่นอน

Continue Reading
ร็อดดี้ ไพเพอร์

ร็อดดี้ ไพเพอร์ ที่สร้างชื่อในวงการบังเทิงจากภาพยนต์สยองเรื่องเธย์ลีฟ

ชื่อของราว ร็อดดี้ ไพเพอร์ น่าจะเป็นนักมวยปล้ำตัวแสบของสมาคมชื่อดังอย่างดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟที่แฟนมวยปล้ำรุ่นใหญ่น่าจะจดจำกันได้ดี แต่ทว่านอกจากนี้จากเรื่องราวบนสังเวียนผ้าใบแล้วนั้น เจ้าตัวยังเคยมีโอกาสไปโลดแล่นในวงการบันเทิงมาแล้ว โดยเฉพาะในปลายยุค 80 ที่เจ้าตัวเริ่มเบนความสนใจไปสู่งานแสดงมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์สยองขวัญอย่างเรื่องเฮลคัมส์ทูฟรอกทาวน์หรือจะเป็นเธย์ลีฟที่ทำให้ร็อดดี้ ไพเพอร์หรือเจ้าของฉายาฮ็อตร็อดได้กลายเป็นนักแสดงสุดเท่ของภาพยนตร์สุดแปลกในช่วงหนึ่งเลยทีเดียว                ช่วงที่ ร็อดดี้ ไพเพอร์ เริ่มจะหันไปสนใจด้านอื่นนอกจากการเป็นนักมวยปล้ำก็คือช่วงที่เขาได้จบบทบาทกับมิสเตอร์ทีหรือนักแสดงชื่อดังของเรื่องเอทีมในเวลานั้น ก่อนที่เขาจะได้กลับมาทิ้งท้ายเรื่องราวกับนักมวยปล้ำตัวแสบอีกคนในเวลานั้นอย่างเอเดรียน อดอนิสที่มีคาวบอยบ็อบ ออร์ตันอดีตคนสนิทย้ายไปอยู่กับอดอนิสด้วย ซึ่งผลก็ทำให้เขากลายเป็นฝ่ายธรรมะเอาเสียเอง พร้อมกับส่งท้ายช่วงเวลาการเป็นนักกีฬาอย่างเต็มตัวไปในรายการเรสเซิลมาเนียครั้งที่ 3 โดยสามารถเอาชนะอดอนิสในกติกาเดิมพันผมและทำให้เอเดรียนต้องถูกโกนหัวไปในที่สุด หลังจากที่ ร็อดดี้ ไพเพอร์ ได้หันหลังจากการเป็นนักมวยปล้ำไปแล้ว         เขาก็มีโอกาสได้มาเข้าสู่วงการภาพยนตร์บ้าง จากผลงานของผู้กำกับชื่อดังอย่างจอห์น คาร์เพนเตอร์ที่ได้เลือกไพเพอร์มาแสดงในภาพยนตร์สยองขวัญชื่อว่าเธย์ลีฟที่ทำให้บทพระเอกของฮ็อตร็อดกลายเป็นภาพจำของคนรักภาพยนตร์เกรดรองไปเลยทีเดียว โดยเฉพาะในประโยคเด็ดที่เขาพูดว่า ฉันมาที่นี่เพื่อเคี้ยวหมากฝรั่งและเล่นงานใครสักคน แต่ตอนนี้หมากฝรั่งของฉันหมดไปแล้ว ซึ่งประโยคเด็ดนี้ทางไพเพอร์เป็นผู้คิดขึ้นมาเองและกลายเป็นประโยคสุดเท่ของเจ้าตัวไปตลอดเลยทีเดียว                แม้ว่าร็อดดี้ ไพเพอร์จะยังคงหวนคืนวงการมวยปล้ำในฐานะ นักมวยปล้ำ และผู้จัดการให้คนอื่น ๆ บ้างก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หน้าตาของเขาได้ถูกจดจำผ่านแฟน ๆ ของภาพยนตร์สยองขวัญเกรดรองไปแล้วเช่นกัน รวมถึงตัวเขายังมีโอกาสได้แสดงซีรีย์หรือรายการโทรทัศน์มาตลอดจนเป็นอีกคนที่ประสบความสำเร็จนอกวงการนั่นเอง ติดตามความเคลื่อนไหวของข่าวกีฬาอีกมากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ และในวันนี้เรามีเว็บไซต์ของเกมกีฬาฟุตบอลมาให้ร่วมเล่นและวางเดิมพันได้ที่ 7slotvip เรามีทีมงานที่คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Continue Reading
กีฬาฮอกกี้

บัฟฟาโล่ซาเบส กับเซนท์หลุยส์บลูส์ต้องเอ่ยปากให้เปลี่ยนมุมกล้องออกไปทันที

จากเดิมนั้นกีฬาฮอกกี้ก็ถือเป็นกีฬาที่อันตรายอยู่แล้ว จากการที่ต้องไปลงเล่นบนสนามที่เป็นพื้นน้ำแข็งและการเข้าปะทะที่มักจะรุนแรงจนทำให้เกิดมวยในสนามอยู่เสมอ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคลินท์ มาลาร์ชัคกลับเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเช่นกัน เมื่อทางมาลาร์ชัคได้บังเอิญโดนลูกหลงจนทำให้รองเท้าสเก็ตของเพื่อนคู่แข่งได้เข้าไปบาดที่คอของเขาทันที จนทำให้สนามท่วมไปด้วยเลือกของเขาและผู้บรรยายในเกมระหว่าง บัฟฟาโล่ซาเบส กับเซนท์หลุยส์บลูส์ต้องเอ่ยปากให้เปลี่ยนมุมกล้องออกไปทันที ในเกมฮอกกี้ระหว่าง บัฟฟาโล่ซาเบส กับบลูส์นั้น ทางสตีฟ ทัทเทิลจากทีมบลูส์กับอูเว ครุปป์ ของทีมซาเบสได้พุ่งเข้าชนกันบริเวณหน้ากรอบประตูของซาเบส ซึ่งในระหว่างที่ทัทเทิลล้มลงไปนั่นเอง รองเท้าสเก็ตของเขาได้เข้าไปบาดใส่คอของมาลาร์ชัคทันที โดยที่เลือดของมาลาร์ชัคได้พุ่งออกไปบนสนามและทำให้คนดูในสนามเกิดรู้สึกไม่ดีทันที ทั้งมีคนดูหลายคนที่เกิดอาการเป็นลมทันทีและคนดูอีกสองคนที่เกิดอาการหัวใจวายขึ้นมาเช่นกัน ส่วนผู้เล่นในสนามบางคนก็ต้องอาเจียนหลังจากเห็นบาดน่ากลัวนี้อีกด้วย                โชคดีที่แพทย์ในสนามอย่างจิม พิซซูเทลลี่ ซึ่งเป็นอดีตทหารที่เคยไปรบในเวียดนามมาแล้ว มีความสามารถห้ามเลือดให้นักฮอกกี้คนนี้จนสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ แม้ว่าทางคลินท์ มาลาร์ชัคยังเชื่อว่า ตัวเขาคงจะต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ไปแล้วก็ตาม โดยทางมาลาร์ชัคได้เสียเลือดไปมากถึง 1.5 ลิตรและเย็บแผลมากถึง 300 เข็มเลยทีเดียว รวมถึงมีแผลยาวถึง 6 นิ้วด้วยกัน แต่ทว่าเจ้าตัวก็กลับมาลงสนามให้กับทีมบัฟฟาโล่ซาเบสได้อีกครั้งใน 10 วันต่อมา แม้ว่าในเวลาต่อมาเขายังคงต้องกลับไปรักษาสุขภาพจิตจากเหตุการณ์ที่เคยเหตุการณ์มาก็ตาม                น่าเสียดายที่หลังจากที่มาลาร์ชัคลงเล่นในฮอกกี้ลีคต่อได้ไม่นาน เขาก็ต้องบอกลาวงการไป ก่อนที่จะหันไปเอาดีด้านการเป็น โค้ช ให้กับทีมต่าง ๆ และยังมีปัญหาส่วนตัวในเรื่องการติดแอลกอฮอลและโรคย้ำคิดย้ำทำ จนทำให้เขาจะต้องพักรักษาตัวอยู่เป็นระยะจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว ติดตาม ข่าวกีฬาต่างประเทศ กับเว็บไซต์ของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมวางเดิมพันและเข้าเล่นเกมกีฬาสุดมันส์และทันสมัยกับเราได้ที่ […]

Continue Reading
เมเจอร์ลีก

มอยเซ่ อะลู ผู้แข็งแกร่งกับอาการบาดเจ็บข้อเท้าในกีฬาเบสบอล

พูดถึงตำนานในวงการเบสบอลนั้นก็คงจะต้องเอ่ยชื่อของพ่อลูกตระกูลอะลูกันบ้าง หลังจากที่ผู้พ่ออย่างฟิลิเป้ก็เคยเป็นผู้จัดการให้ทีมอย่างเอกซ์โพมาก่อน รวมถึงพี่น้องของเขาอย่างแมตตี้และเฆซุสหรือญาติอย่างเมล โรฆาสก็เคยลงเล่นในระดับเมเจอร์ลีกมาก่อน แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ มอยเซ่ อะลู กับเป็นเรื่องราวที่ต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่มักจะตีลูกด้วยมือเปล่าเสมอและอาการบาดเจ็บข้อเท้าหักที่น่าสยองจนทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำในรูปแบบที่ต่างออกไปเลยทีเดียว                แม้ว่าจุดเริ่มต้นของ มอยเซ่ อะลู นั้นจะไม่ได้ชื่นชอบเบสบอลเท่าไหร่นักและสนใจในกีฬาบาสเกตบอลมากกว่าก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วมอยเซ่ในวัย 18 ปีก็มีโอกาสมาลงเล่นให้สมัยเรียนวิทยาลัยแคนาดาในรัฐคาลิฟอร์เนีย ก่อนที่ทักษะของเขาจะฉายแสงออกมาจนเหล่าแมวมองในวงการเห็นและถูกส่งชื่อเข้าไปในการดราฟต์ผู้เล่นในเมเจอร์ลีกของปี 1986 และได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมพิตส์เบิร์ดไพเรตส์ ก่อนที่จะถูกแลกตัวมาสู่ทีมมอลทรีออลเอกซ์โพที่มีพ่อของเขาเป็นผู้จัดการทีมอยู่ในปี 1990 และหลังจากนั้นอีกสามปีต่อมา ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้มอยเซ่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปตลอดกาล การที่ มอยเซ่ อะลู ได้ใช้ความเร็วและพละกำลังที่แข็งแกร่งของเขาในการลงเล่นบนสนาม นั่นเองก็ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์คนสำคัญของเอกซ์โพจนกระทั่งในปี 1993 มอยเซ่กลับได้รับอาการบาดเจ็บข้อเท้าหักที่สนามเบสบอลเซนท์หลุยส์บุสช์ หลังจากที่เขาพยายามวิ่งไปหาลูกและพลิกตัวย้อนกลับไปหาเบสก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ข้อทเของเขาพลิก 90 องศาทันทีและต้องพักการแข่งขันไปตลอดฤดูกาล 1993 เลยทีเดียว แม้ว่ามอยเซ่จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่ตำแหน่งของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไปเป็นเอาท์ฟิลด์ที่มุมอย่างเต็มตัว                ถึงตัวของมอยเซ่ อะลูจะเกิดเหตุการณ์หนัก ๆ ก็ตาม แต่ในปี 1997 นั้นเขาก็ประสบความสำเร็จเข้าจนได้ เมื่อเจ้าตัวได้ลงเล่นให้กับทีมฟลอริด้ามาร์ลินส์และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ใหญ่ที่สุดในวงการ เบสบอล อย่างเวิลด์ซีรีย์ หลังจากคว้าชัยเหนือคลีฟแลนด์อินเดียนส์ ซึ่งในเวลานั้นไม่มีใครคาดว่า เอาท์ฟิลด์ที่เคยข้อเท้าหักอย่างมอยเซ่จะกลับมาเป็นแชมป์ได้แล้วอีกด้วย ติดตามข่าวกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ […]

Continue Reading
เอริค เลอแกรนด์

เอริค เลอแกรนด์ นักอเมริกันฟุตบอลกับอุบัติเหตุที่ยากจะลืมในอดีต

สำหรับกีฬาอย่างอเมริกันฟุตบอลนั้นก็ถือว่า เป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่ใช้พละกำลังเป็นอย่างมากและมักจะมีข่าวถึงอาการบาดเจ็บที่มักจะเกิดขึ้นจากการปะทะของผู้เล่นโดยตรงอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งในนักกีฬาผู้โชคร้ายจากเกมกีฬาคนชนคนก็คือ เอริค เลอแกรนด์ ที่บังเอิญได้รับอาการบาดเจ็บในช่วงวัย 20 ปีเท่านั้น ก่อนที่ตัวเขาจะไม่มีสามารถกลับคืนสู่สนามได้อีกเลยจากอุบัติเหตุครั้งนั้นที่ทำให้เลอแกรนด์กลายเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงคอลงมา รวมถึงเหตุการณ์นี้จะทำให้ทางสมาคมเอ็นเอฟแอได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกฎเสียใหม่เพื่อความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย                ตัวของ เอริค เลอแกรนด์ ได้เข้าสู่วงการอเมริกันฟุตบอลขึ้นมาในปี 2008 หลังจากที่ตัวเขาได้กลายเป็นผู้เล่นตัวรับหรือไลน์แมนจากความแข็งแรงของร่างกายกับความเร็วที่เจ้าตัวมี ก่อนที่จะมีโอกาสลงเล่นให้กับทีมรัทเกอร์สได้ถึง 13 เกมตลอดฤดูกาล จากการเข้าปะทะได้ถึง 33 ครั้งด้วยกัน ก่อนที่ในปีต่อมาเขาจะยังเป็นผู้เล่นมากประโยชน์ของทีมต้นสังกัดต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการทำแทคเคิ่ลในช่วงตั้งเตะได้มากถึง 13 ครั้ง หรือจะเป็นการทำแทคเคิ่ลถึง 4 ครั้งในเกมเดียวที่แข่งขันกับทีมแมรี่แลนด์เทอร์ราพินส์ จนกระทั่งผลงานที่ทำไว้อย่างดีในหกเกมแรกจะมาถึงจุดจบ หลังจากที่เกิดการปะทะครั้งสำคัญในชีวิตของเลอแกรนด์ จากเกมอเมริกันฟุตบอลที่ เอริค เลอแกรนด์ ลงเล่นให้กับทีมรัทเกอร์ส เพื่อเจอกับทีมอาร์มี่ในวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2010 ทางเลอแกรนที่พยายามจะเข้าไปแทคเคิ่ลมัลคอล์ม บราวน์ผู้ถือลูกบอลในจังหวะคิกออฟนั่น ได้วิ่งและใช้หัวพุ่งต่ำโดยไม่ได้ตั้งใจและทำให้หัวของเขากระแทกกับเกราะหัวไหล่ของบรานว์เข้าอย่างจัง แม้ว่าตัวของเลอแกรนด์จะสามารถหยุดเกมรุกของอีกฝ่ายไว้ได้ แต่ทว่าร่างกายของเขากลับนิ่งไปและไม่สามารถขยับตัวตั้งแต่คอลงมาอีกเลย นอกจากนี้ยังไม่สามารถหายใจได้เองหลังจากจังหวะนั้นอีกเช่นกัน โชคยังดีที่เอริค เลอแกรนด์ไม่ได้เสียชีวิตหลังจากเหตุการณ์นั้น แม้ว่าอาชีพ อเมริกันฟุตบอล ของเขาจะจบลงไปอย่างน่าเสียดาย แต่อาการอัมพาตของเขาก็เริ่มจะมีการฟื้นฟูขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่ตัวเขาเริ่มจะขยับร่างกายช่วงหัวไหล่และยังคงทำการกายภาพบำบัดเพื่อรอคอยให้สถาพร่างกายกลับมาฟื้นฟูอีกครั้งนั่นเอง ติดตามเรื่องราวของนักกีฬาอีกมากมายได้ที่ […]

Continue Reading
เฟียสต้าโบลว์

เฟียสต้าโบลว์ ที่ไม่น่าจดจำของวิลลิส แมคเกฮี เพราะได้รับอาการบาดเจ็บจากการเข้าปะทะ

ชื่อของวิลลิส แมคเกฮีน่าจะเป็นที่จดจำของแฟนอเมริกันฟุตบอลอยู่ไม่น้อย เมื่ออดีตรันนิ่งแบคของทีมบัลติมอร์เรเว่นส์ เดนเวอร์บรอนโค่และคีฟแลนด์บรานว์ได้ลงเล่นให้เอ็นเอฟแอลมาเป็นเวลาหลายปี แต่หากย้อนกลับไปสมัยที่เขายังเล่นให้กับทีมไมอามี่นั่น เจ้าตัวอาจไม่ได้มีความทรงจำที่ดีเท่าไหร่นักในรายการ เฟียสต้าโบลว์ ที่เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บจากการเข้าปะทะจนทำให้เข่าบิดเลยทีเดียว ซึ่งโชคยังดีที่เขาสามารถรักษาสภาพร่างกายกลับคืนมาได้ทันเวลาก่อนที่จะเกิดการดราฟตัวประจำปร 2003 ได้นั่นเอง                ในเกมอเมริกันฟุตบอลรายการ เฟียสต้าโบลว์ นั้น ทีมของแมคเกฮีอย่างไมอามี่ได้เจอกับทีมบัคอายที่ในช่วงควอเตอร์ที่สี่ของเกมนั้น ทางแมคเกฮีได้ถูกผู้เล่นของทีมบัคอายอย่างวิล อัลเลนพุ่งเข้ามาขวางจนทำให้เข่าซ้ายของเขาบิดไปด้านหลังและทำให้เอ็นหัวเข่าทั้งสามสายฉีกทั้งหมด ผลก็คือทีมไมอมี่ของเขาต้องแพ้เกมนั้นไปด้วยสกอร์ 31 ต่อ 24 และเจ้าตัวก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่หลายครั้ง รวมถึงการทำกายภาพบำบัดอย่างหนัก เพื่อที่จะกลับมาลงสนามอีกครั้งให้ได้ ก่อนที่จะได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มดราฟต์ตัวผู้เล่นได้ทันในช่วงที่ฤดูกาลจบลงไป ในเกมอเมริกันฟุตบอลรายการ เฟียสต้าโบลว์ นั้น ทีมของแมคเกฮีอย่างไมอามี่                ตามสถิติของวิลลิส แมคเกฮีในช่วงที่ลงเล่นอเมริกันฟุตบอลของระดับมหาวิทยาลัยนั้นก็น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเขาสามารถวิ่งไปได้มากถึง 2,067 หลาและทำทัชดาวน์ได้ถึง 31 ครั้ง จนกระทั่งเขาได้ถูกทีมบัฟฟาโล่บิลส์เลือกตัวไปในรอบที่ 23 จากเดิมนั้นเขาถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นท็อปห้าที่อาจถูกเลือกได้เลย แต่กลับเกิดอาการบาดเจ็บไปเสียก่อน สุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็ได้ไปโลดแล่นในลีกสูงสุดอย่างเอ็นเอฟแอลได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเล่นในทีมใดทีมหนึ่งก็ตาม                ต้องบอกว่าวิลลิส แมคเกฮีเป็นหนึ่งในผู้เล่นรันนิ่งแบคที่แฟน อเมริกันฟุตบอล ในยุค 2000 คุ้นหน้ากันอย่างแน่นอนจากการลงเล่นมาตลอดหลายปี แม้ว่าจุดเริ่มต้นของเขาอาจไม่ได้โรบด้วยกลีบกุหลาบจากอาการบาดเจ็บในรายการเฟียสต้าโบลว์แต่สุดท้ายเขาก็สามารถกลับมาโลดแล่นในลีกสำคัญได้นานถึงปี 2013 เลยทีเดียว ติดตามเรื่องราวกีฬาที่ส่งตรงถึงบ้านคุณได้ที่ […]

Continue Reading
วอร์ชิงตันเรดสกินส์

วอร์ชิงตันเรดสกินส์ การสกัดที่ไม่คาดคิดในอเมริกันฟุตบอลปี 1985

เกมคนชนคนถือเป็นกีฬาที่ดูดุเดือดตามชื่อที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ทว่าหลายคนก็คงไม่คาดว่า จะเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บรุนแรงอย่างในเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง วอร์ชิงตันเรดสกินส์ กับนิวยอร์คไจแอนด์อย่างแน่นอน ซึ่งในเกมคืนวันจันทร์ที่ 18 เดือนพฤศจิกายนปี 1985 ได้ทำให้ผู้ชมทางบ้านหรือในสนามคงไม่มีทางลืมภาพนี้ไปได้ตลอดกาลตามที่หนังสือพิมพ์อย่างวอชิงตันโพสต์ได้ว่าไว้อย่างแน่นอน เมื่อผู้เล่นอย่างโจ ไธส์แมนได้ถูกลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์และแฮรืรี่ คาร์สันได้เข้าสกัดเขาจนทำให้ขาของไธส์แมนหักเป็นสองท่อนทันทีนั่นเอง                ในจังหวะที่ วอร์ชิงตันเรดสกินส์ ได้เป็นฝ่ายบุกนั้น ทางโจ ไธส์แมนกำลังจะถือลูกฝ่าเข้าไปในแดมของฝ่ายตรงข้าม แต่โดยลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์พุ่งเข้ามาจากข้างหลังแล้วเข่าของไลน์แบคเกอร์คนนี้บังเอิญกระแทกเข้าไปที่ขาของไธส์แมนเข้าอย่างจังจนขาหักและด้วยความไม่รู้ของผู้เล่นคนอื่นก็ได้โถมตัวเข้าไปทับผู้เล่นของเรดสกินส์คนนี้เข้าไปอีก จนทางเทย์เลอร์ที่เห็นว่าเกิดอุบัติเหตุเข้าแล้วจำเป็นต้องเรียกทีมแพทย์เข้ามาในสนามทันที แม้ว่าจะเป็นผู้เล่นของฝ่ายตรงข้ามก็ตาม ซึ่งทางผู้บรรยายในคืนนั้นอย่างแฟรงค์ กริฟฟอร์ดหรือโจ แนแมธต่างก็เรียกให้คนเข้าไปช่วยเขาโดยด่วนเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมระหว่าง วอร์ชิงตันเรดสกินส์ กับนิวยอร์คไจแอนด์  ได้ถูกฉายภาพซ้ำให้ผู้ชมทางบ้านที่ตอนแรกไม่ได้เห็นเหตุการณ์เต็ม จนทำให้ช่วงวันนั้นอาการบาดเจ็บของไธส์แมนกลายเป็นที่ผู้ถึงไปทั่วประเทศเลยทีเดียว จนทำให้เกิดคำวิจารณ์ไปมากมายต่อสมาคมเอ็นเอฟแอลที่เลือกจะฉายภาพที่สะเทือนขวัญมากเกินไป ส่วนผลการของการรักษาของไธส์แมนนั้น กระดูกของเขาไม่อาจจะคืนสภาพได้มากพออจนทำให้ขาขวาของเขาสั้นลงไปและไม่สามารถกลับมาลงสนามได้เหมือนเดิมพร้อมกับประกาศลาสนามไปในวัย 36 ปีเท่านั้น แม้ว่าเขาต้องการจะลงเล่นต่อไปก็ตาม                หลังจากที่เกมของวอร์ชิงตันเรดสกินส์กับนิวยอร์คไจแอนด์จบลงไปแล้วนั้น ทางลอว์เรนซ์ เทย์เลอร์ก็ได้ออกมาขอโทษต่อโจ ไธส์แมนอยู่บ่อยครั้ง โดยทางไธส์แมนก็ออกมาเอ่ยปากว่า เขาไม่ได้คิดโกรธอะไร เพราะเทย์เลอร์ก็เล่นตามหน้าที่เท่านั้น ส่วนทางไธสืแมนก็หันไปเอาดีด้านการแสดงและผู้บรรยายใน อเมริกันฟุตบอล ต่อไปและยังสามารถติดตามข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ นอกจากเพื่อน ๆ แฟนคอกีฬายังสามารถร่วมเล่นเกมและวางเดิมพันกับเราได้ที่เว็บไซต์ UFACasino55 รับรองได้ว่าต้องถูกใจคอกีฬาอย่างแน่นอน

Continue Reading
สกอตติช โอเพ่น

สกอตติช โอเพ่น พี่หลามคิวคมผ่านสบาย ซันนี่ไม่ต้องออกแรง เข้ารอบสามสกอตติช

สกอตติช โอเพ่น รายการเก็บคะแนนสะสม แชมป์รับเงินรางวัล 70000 ปอนด์ พร้อมคะแนนสะสม 70000 คะแนน รอบ 64 คนสุดท้าย แข่งขันในระบบ 4 ใน 7 เฟรม “ฉลามหิน” มาร์ก เซลบี้ เจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย มือ 4 ของโลก เกมนี้กดเบรก 63 และ 70 ในเฟรมแรก ตามด้วยเบรก 60 100 85 ในเฟรมที่ 3,5,6 เป็นฝ่ายเอาชนะ ไนเจล บอนด์ 4-2 ผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้าย รอดวลกับ มาร์ก จอยซ์ มือ 58 ของโลก ที่เกมนี้กดเบรก 50,87,67 ในเฟรมที่ 1,4,6 เอาชนะ […]

Continue Reading
สนุกเกอร์ สกอตติช โอเพ่น 2020

สนุกเกอร์ สกอตติช โอเพ่น 2020 ต่างดาวเบียดตี๋ใหญ่เฟรมท้าย ปืนกลไม่มาตามนัด สกอตติช

สนุกเกอร์ สกอตติช โอเพ่น 2020 รายการเก็บคะแนนสะสม แชมป์รับเงินรางวัล 70000 ปอนด์ พร้อมคะแนนสะสม 70000 คะแนน รอบ 8 คนสุดท้าย แข่งขันในระบบ 5 ใน 9 เฟรม จัดด์ ทรัมป์ พบ หลี่หัง “ซ้ายปืนกล” จัดด์ ทรัมป์ มือ 1 ของโลก กดเบรก 67 แต้มในเฟรมแรก เป็นฝ่ายออกนำ 1-0 ทางฝั่ง หลี่หัง มือ 31 ของโลก ลุกมาสวนด้วยเบรก 81 แต้มในเฟรมที่ 2 ตามตีเสมอเป็น 1-1 เข้าสู่เฟรม 3 จัดด์ ทรัมป์ ออกมากดเบรก 54 แต้ม ฝั่ง หลี่หัง สวนด้วยเซนจูรี่เบรก […]

Continue Reading