แบรนดอน โมเรโน่

แบรนดอน โมเรโน่ ที่กล่าวหาแชมป์ว่าใช้ข้ออ้างในการป่วยเท่านั้น

แม้ว่าจะเป็นไฟท์ที่หลายคนยกให้ว่าดีที่สุดตลอดกาลของรุ่นก็ตาม แต่ทว่า แบรนดอน โมเรโน่ ได้ออกมาพูดถึงอาการป่วยของเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟลายเวทอย่างเดฟสัน ฟิเกวโด้ที่เจ้าตัวได้ออกมาพูดของขึ้นชกนั้นเป็นเรื่องที่เป็นเหมือนข้ออ้างเท่านั้น ซึ่งตัวของแบรนดอนเองไม่ได้ชอบวิธีการเปิดเผยต่อสื่อแบบนั้น โดยทางเดฟสันมีอาการอาหารเป็นพิษก่อนขึ้นชกสองวันเท่านั้น ก่อนที่จะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะกลับมาป้องกันแชมป์ของตัวเองให้ได้ในรายการยูเอฟซี 256 นั่นเอง                ทาง แบรนดอน โมเรโน่ ได้พูดหลังจากจบไฟท์ของเขาไว้ว่า สิ่งที่ทางเดฟสัน ฟิเกวโด้ได้พูดไว้นั้นมันคือข้ออ้างเท่านั้น เพราะมันเป็นเรื่องปกติมากเลยทีเดียว โดยตัวเขานั้นเคยต้องขึ้นชกทั้งที่ยังป่วยมาแล้วถึงสองครั้งและเขาก็เลือกที่จะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไปเพราะมันจะกลายเป็นข้ออ้างนั่นเอง รวมถึงตัวประธานสมาคมอย่างดาน่า ไวท์ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาบังคับให้เขาขึ้นชกอีกด้วยเพราะมันคือความรับผิดชอบของตัวเขาเองที่จะต้องขึ้นไปบนเวที อีกทั้งหากทางฟิเกวโด้ไม่ไหวจริงๆ ตัวเขาก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นชกเลยก็ได้เช่นกัน แบรนดอน โมเรโน่ ได้ออกมาพูดถึงอาการป่วยของเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกฟลายเวท                ตามสิ่งที่แบรนดอน โมเรโน่เข้าใจนั้น ตัวเขาคิดว่าทางแชมป์ฟลายเวทคงจะมีความรับผิดชอบที่จะต้องขึ้นไปบนเวทีเป็นคู่เอกนั้น โดยตัวเขาเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน นอกจากนี้ตัวของแบรนดอนยังมีอาการบาดเจ็บที่แขนด้วยเช่นกัน เพราะในยกที่หกนั้นตัวเขาเริ่มยกแขนซ้ายไม่ได้แล้ว ซึ่งตัวเขาพยายามจะฝืนเพื่อเข้าไปชกตามเดิม แต่ทว่าตัวเขากลับทำไม่ได้และจบด้วยความพ่ายแพ้ของเขา อีกทั้งผลตัดสินที่ตัวเขาแพ้ในยกห้าอีกด้วยและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเป็นผลเสมอ พร้อมกับตัวเขาที่อดคว้าแชมป์หลายเวทมานั่นเอง                นับว่าทางแบรนดอน โมเรโน่ก็มีความคิดเห็นที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการขึ้นชกมวยครั้งนี้ แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่มีโอกาสคว้าแชมป์ฟลายเวทได้อย่างที่ต้องการ แต่ทว่าในอนาคตนั้นตัวเขาก็น่าจะมีโอกาสแก้มือกับเดฟสัน ฟิเกวโด้อีกครั้งอย่างแน่นอน หลังจากที่ไฟท์ของทั้งคู่ได้รับการยกย่องให้เป็นการชกที่ดีที่สุดนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬามากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
ยูเอฟซี

ยูเอฟซี ที่ตั้งข้อกำหนดการเดินทางของนักสู้มายังสนามเพื่อขึ้นชก

นับว่าเป็นการตั้งข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬาที่จะต้องเดินทางมายังสนามเพื่อขึ้นชกนั้นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อมาถึงเมืองลาสเวกัสแล้ว ซึ่งเหตุผลก็มาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจนทำให้นักสู้หลายคนอาจเสี่ยงจะเป็นพาหะนำโรคได้นั่นเอง โดยการเงื่อนไขนั้นทางสมาคมจะแจ้งว่าเหล่านักกีฬาผ่านอีเมลต่างๆ โดยที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ในชื่อว่า อเล็กซ์ สคาฟฟิดิได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดในจดหมายนี้อีกด้วย                ในข้อความที่สมาคม ยูเอฟซี ได้ชี้แจงไว้ได้บอกว่า เพื่อทำให้เกิดความั่นใจต่อการตรวจหาเชื้อที่สมาคมได้จัดไว้นั้น นักกีฬาและทีมงานทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านวิธีการใดๆ ยกเว้นการเดินทางที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้นับตั้งแต่ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นชก ซึ่งรวมถึงยานพาหนะส่วนตัวของนักกีฬา ของคนรู้จักหรือจะเป็นบริการแชร์ไรดิ่งอย่างอูเบอร์กับลิฟท์อีกด้วย โดยนโยบายนี้จะถูกบังคับใช้กับนักกีฬากับทีมงานทุกคนที่อยู่ในเมืองลาสเวกัส รวมถึงคนที่อยู่ในเมืองอื่นใกล้เคียงที่เตรียมขึ้นชกภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนสู้จริงนั่นเอง เพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬา                นอกจากนี้ทางสมาคมยูเอฟซียังได้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า ทางทีมงานกับนักสู้ทุกคนนั้นยังไม่สามารถเดินทางออกจากโรงแรมที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้ หากไม่ได้รับการอนุญาตผ่านฝ่ายจัดรายการ ซึ่งรวมถึงหลังจากขึ้นชกไปแล้วอีกด้วย หากคนที่เดินทางออกไปนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าพักเลยทีเดียว โดยหากมีผู้เล่นคนไหนต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ นั้นก็จะต้องติดต่อผ่านสมาคมก่อนเช่นกันเพื่อไม่ให้มีใครต้องบังเอิญไปติดเชื้อโควิดก่อนจะเข้ามาในค่ายโดยไม่คาดคิด                นับว่าสมาคมยูเอฟซีก็พยายามจะหาทางปลอดภัยที่สุดเพื่อจัดการแข่งขันต่อไป รวมถึงไม่เสี่ยงที่จะให้มีนักกีฬาติดเชื้อโควิดจนอาจส่งผลถึงแมตช์ต่างๆ ที่ประกาศออกไปแล้ว จนเรียกได้ว่านโยบายเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาถูกออกแบบมาอย่างดีแล้ว แม้ว่านักสู้บางคนจะออกมาวิจารณ์ว่า สมาคมอาจทำเกินไปและทำให้เหล่านักสู้ไม่สามารถไปที่ใดได้เลยนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศอื่น ๆ และ ข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
คลาเรสซ่า ชิลด์

คลาเรสซ่า ชิลด์ กับสาเหตุที่ไม่ไปชกที่ยูเอฟซีแต่เลือกจะสู้ในลีกพีเอฟแอลแทน

ต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดคาดไม่น้อย เมื่อทางนักชกอย่าง คลาเรสซ่า ชิลด์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองไม่ได้ต้องการไปขึ้นชกศิลปะป้องกันตัวในสมาคมดังอย่างยูเอฟซีและเลือกจะสู้ในลีกพีเอฟแอลแทน ซึ่งอดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิคนั้นได้รับการขนาดนามว่าเป็นนักมวยที่เก่งที่สุดเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ จนตัวเองเลือกจะย้ายวงการมาสู้แบบศิลปะป้องกันตัวหรือเอ็มเอ็มเอแทน โดยเจ้าตัวมีเป้าหมายว่าจะเป็นสุดยอดนักกีฬาของทั้งสองวงการเลยทีเดียว                สิ่งที่ คลาเรสซ่า ชิลด์ จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็คือการขึ้นชกศิลปะป้องกันตัวนั้นจะเป็นลูกผสมระหว่างมวยปล้ำกับการโจมตีด้วยขาต่างๆ รวมถึงการจับทุ่ม ซึ่งตัวเธอนั้นก็เริ่มฝึกกับตำนานอย่างจอน โจนส์และฮอลลี่ โฮมส์อีกด้วย แม้ว่าตัวเธอจะยังคงใหม่กับวงการนี้ก็ตามและยังคงไม่มีแผนที่จะรีบเปิดตัวในการสู้ครั้งต่อไปของเธอด้วยการเจอกับนักแข่งที่เคยลงสนามมาแล้ว นอกจากนี้เธอยังได้ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุว่าทำไมตัวเองถึงเลือกไปสู้กับพีเอฟแอลแทนยูเอฟซีทั้งที่รู้จักกับประธานอย่างดาน่าไวท์อีกด้วย คลาเรสซ่า ชิลด์ จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมก็คือการขึ้นชก                ตามการสนทนาระหว่างคลาเรสซ่า ชิลด์กับดาน่า ไวท์นั้น ทางนักชกได้บอกว่าตัวประธานคนนี้ต้องการจะให้เธอสู้ครั้งเดียวบนเวทีแปดเหลี่ยมของเขา โดยที่จะให้สู้กับยอดฝีมือที่มีน้ำหนักเท่าเธอนั่นเอง แต่ทว่าทางนักชกกลับมองว่าตัวเธอต้องการจะฝึกฝนกับอาชีพนี้ให้นานมากพอที่จะขึ้นชก พร้อมกับพัฒนาฝีมือต่อไป ซึ่งหากดาน่าเสนอให้เธอฝึกฝนเป็นเวลานานหรือสองปีนั้นคงจะดีกับตัวเองเธอเองมากกว่า ส่วนในทางพีเอฟแอลนั้นได้เสนอให้เธอได้สู้พร้อมกับพัฒนาตัวเองไปตลอดฤดูกาลที่ทำให้เธอสนใจเลือกทางนี้มากกว่านั่นเอง                เรียกว่าทางนักชกอย่างคลาเรสซ่า ชิลด์น่าจะยังคงมีอนาคตในวงการศิลปะป้องกันตัวอีกมาก เนื่องจากชื่อชั้นของเธอเองตั้งแต่เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นไปจนถึงการเป็นการเป็นนักมวยที่ดีที่สุดแบบปอนด์ต่อปอนด์ จนกระทั่งเลือกมาเส้นทางการชกอีกแบบหนึ่งที่มีทั้งสมาคมยูเอฟซีกับพีเอฟแอลอีกด้วย ติดตามข่าวกฬาต่าง ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เรนาโต้ โมอิคาโน่

เรนาโต้ โมอิคาโน่ ที่แพ้ต่อ ราฟาเอล ไฟเซฟ ในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256

กลายเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่พอสมควร หลังจากที่ เรนาโต้ โมอิคาโน่ ได้แพ้ต่อราฟาเอล ไฟเซฟในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 256 และทางฝ่ายแรกได้ออกมาโทษว่ากรรมการอาจทำข้อผิดพลาดในการตัดสินจนเขาต้องแพ้ไป โดยทางโมอิคาโน่ได้มองว่าผู้ตัดสินอย่างคริส ทอกโนนี่ว่าตัวเขาสามารถสู้ได้ต่อ แม้ว่าจะโดนเล่นงานร่วงไปก็ตาม ซึ่งผลการตัดสินของไฟท์นี้นั้น นับว่าเป็นชัยชนะครั้งที่สามติดต่อกันของราฟาเอล ไฟเซฟแล้ว ส่วนทางโมอิคาโน่คงต้องหาทางกลับมาเส้นทางชัยชนะต่อไปเช่นกัน                หลังจากจบไฟท์มาแล้วนั้นทาง เรนาโต้ โมอิคาโน่ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรรมการในไฟท์อย่างคริส ทอกโนนี่ไว้ว่า เขาคิดว่าผู้ตัดสินน่าจะทำพลาดในไฟท์ เพราะหากย้อนไปดูในแมตช์นี้ดีๆ นั้น เขายังตั้งการ์ดได้อยู่เลยและเตรียมที่จะโจมตีกลับไปแล้ว แต่คริสกลับเข้ามแทรกกลางก่อนและจะตัดสินให้เขาแพ้ไป แม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ต้องการวิจารณ์การทำหน้าที่ของใครก็ตาม ทว่าเขาเองก็เคยถูกเล่นงานจนร่วงมาก่อนจะกลับมาลุกขึ้นสู้และเอาชนะได้มาแล้ว ส่วนการโดนชกกลางแมตช์นั้นมันเป็นเรื่องปกติของกีฬานี้อยู่แล้วด้วย เรนาโต้ โมอิคาโน่ คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้ง                ส่วนการพ่ายแพ้ของเรนาโต้ โมอิคาโน่นั้นเจ้าตัวก็ยอมรับเองว่าตัวเขาก็ทำได้ไม่ดีพอ เพราะเขาไม่ยอมทำตามแผนที่เหล่าโค้ชได้วางเอาไว้จนต้องออกมารับสภาพว่า ตัวเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ตัวเองเคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปจนเท้าไม่ติดพื้น แต่ทว่าเขายังมีสติอยู่ตลอดเวลาในไฟท์นี้ แม้ว่าเขาจะได้ไปดูวิดีโอการต่อสู้ของตัวเองและเจ้าตัวก็โดนเล่นงานจนร่วมลงไป แต่ตัวเขาก็พยายามป้องกันตัวเองอยู่ตลอดเวลาจนน่าเสียดายที่ไม่สามารถสู้ต่อได้                เรียกว่าทางเรนาโต้ โมอิคาโน่คงจะต้องหาทางกลับมาสู่ชัยชนะของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ตัวเองโชคร้ายในไฟท์และโดนกรรมการยุติการชกมวยไปทั้งที่เจ้าตัวยังเชื่อว่า สามารถสู้ต่อได้ก็ตาม ส่วนสถิติเดิมของตัวเขานั้นถือว่าต้องแพ้มาติดต่อกันถึงสามไฟท์แล้วจากการยุติของผู้ตัดสินเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
แอนโธนี่ โจชัว

แอนโธนี่ โจชัว กับ ไทสัน ฟิวรี่ ที่เคยลองมือกันมาแล้วอย่างดุเดือด

จัดว่าเป็นไฟท์ที่หลายคนต้องการจะชมอย่างมาก สำหรับการเจอกันระหว่างไทสัน ฟิวรี่กับ แอนโธนี่ โจชัว ที่จะเป็นการชิงแชมป์สมาคมมวยโลกถึงสี่สถาบันอย่างดับเบิ้ยูบีโอที่ทางไทสันถืออยู่ ส่วนไอบีเอฟ ดับเบิ้ยยูบีซีและดับเบิ้ลยูบีเอนั้นเป็นทางนักชกรุ่นน้องถืออยู่ นอกจากนี้ทางไทสันยังออกมาพูดถึงอดีตว่าตัวเขาเคยประลองฝีมือกับแชมป์โลกสามสถาบันคนนี้มาแล้วในสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่ในชมรมมวยแห่งหนึ่งในปี 2010 หรือสิบปีก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสปะทะกันขึ้นมาจริงๆ นั่นเอง                ทางไทสัน ฟิวรี่ได้พูดถึงเหตุการณ์นั้นว่า ตัเวขาไปได้ยังชมรมมวยปล้ำฟินชเลย์และเจอกับแชมป์มวยสมัครเล่นเอบีเออย่าง แอนโธนี่ โจชัว ที่เขามีผลงานที่ร้อนแรงอย่างมาก นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าในเวลานั้นจะสามารถจัดการนักชกรุ่นน้อองได้อย่างสบายๆ เพราะตัวเองก็เนชป็นมืออาชีพ ส่วนอีกฝ่ายเป็นมือสมัครเล่นเท่านั้น และแอนโธนี่เองก็คงสู้ไม่ได้แน่นอนเมื่อเขาตั้งใจจะเอาจริงขึ้นมา ซึ่งในไฟท์นั้นนักชกรุ่นน้องรีบพุ่งเข้ามาหาเขาและรัวหมัดดต่อยซ้ายขวา อีกทั้งยังปล่อยหมัดอัพเพอร์คัทใส่คางเข้าอย่างจังอีกด้วย แอนโธนี่ โจชัว ถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย                โดยทางไทสัน ฟิวรี่เองก็ยอมรับว่า ถ้าเขาเป็นพวกคางอ่อนก็คงจะโดนน็อคยาวข้ามเดือนไปเลยทีเดียว ในเวลานั้นทางแอนโธนี่ โจชัวถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย เขาจึงเชื่อว่านี่จะเป็นนักชกแห่งอนาคตเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวของไทสันเองก็ชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพอจะกลายเป็นดาวดังของวงการมวยได้ ซึ่งตัวเขายังจดจำเหตุการณ์นั้นได้ว่า เจ้าหนูสมัครเล่นคนนี้ต้อกวารจะฆ่าเขาในสังเวียน จนกระทั่งตัวเขาต้องปล่อยเข้าที่ลำตัวของแอนโธนี่เพื่อหยุดการโจมตีลงบ้างและการชกเรียกเหงื่อครั้งนั้นก็จบลงในสามยกพร้อมกับคำชมของไทสันนั่นเอง                นับว่าทางไทสัน ฟิวรี่ก็คงจะรู้จักฝีมือของนักชกรุ่นน้องดีอยู่แล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้างและหากทั้งสองสู้กันจริงๆ ก็คงเป็นไฟท์ที่น่าสนุกของทั้งคู่หลังจากที่เคยลองมือกันมาแล้วในอดีต แต่ทว่าหากเป็นการแข่งในสังเวียนจริงนั้นแอนโธนี่ โจชัวก็คงจะไม่ปล่อยรุ่นพี่ที่เคยสู้กันในอดีตออกไปง่ายๆ เหมือนกับเรเองในปี 2010 ที่เจ้าตัวยังป็นเพียงแต่นักชสมัครเล่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว ติดตามข่าวกีฬาอื่นๆได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เจค พอล

เจค พอล ก็ออกมาท้าทายคนดังรายต่อไปอย่าง คอนเนอร์ แมคเกรเกอร์

หลังจากที่จบรายการระหว่างไมค์ ไทสันกับรอย โจนส์ จูเนียร์ไปด้วยชัยชนะของตัวเองนั้น ทาง เจค พอล ก็ออกมาท้าทายคนดังรายต่อไปอย่างคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์ทันที เมื่อก่อนหน้านี้ทางพี่ของตระกูลพอลสามารถเอาชนะเนท โรบินสันไปได้อย่างง่ายดายจนต้องการท้าทายนักสู้คนใหม่ที่ไม่ง่ายเหมือนเดิม โดยทางตำนานของวงการยูเอฟซีนั้นก็มีคิวขึ้นยกในรายการปีหน้าอยู่เช่นกัน ส่วนทางยูทูบเบอร์นั้นก็คงจะหาทางสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการลองเจอกับนักสู้มืออาชีพสักครั้งนั่นเอง                ในวิดีโอของ เจค พอล นั้นเจ้าตัวได้ออกมาท้าทายในรถสปอร์ตของตัวเอง พร้อมพูดถึงเช็คเงินสดมากกว่า 50 ล้านเหรียญเพื่อให้นักสู้ชื่อดังตอบตกลงกับเขา โดยทางเจ้าตัวได้ส่งสัญญาณหาคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์ไว้และเรียกเขาด้วยคำหยาบคาย พร้อมกับแขวะว่านักชกไอริชคงจะสู้กับคนแก่สักคนในบาร์แถวนั้นหรืออาจจะเบื่อภรรยาที่บ้านอยู่จนไม่รู้จะทำอะไร ทางพอลเลยได้ส่งเช็คไปถึง 50 ล้านและมันเป็นเงินก้อนที่มากที่สุดในชีวิตของคอนเนอร์แล้ว แม้ว่าทางนักสู้ยูเอฟซีจะยังกลัวและไม่กล้าตอบรับคำท้านี้ เจค พอล ก็ได้พูดถึง ดาน่า ไวท์ ประธานสมาคมยูเอฟซี                นอกจากการด่าคอนเนอร์ด้วยถ้อยคำหยาบคายแล้วนั้น ทางเจค พอลก็ได้พูดถึงดาน่า ไวท์ประธานสมาคมยูเอฟซีที่ออกมายืนยันว่าไม่มีทางที่นักสู้ในสังกัดเขาจะไปขึ้นชกกับยูทูบเบอร์คนนี้อย่างแน่นอน จนทางพอลได้ออกมาด่าดาน่าอย่างหนักเช่นกัน ส่วนทางดาน่านั้นคงไม่สนใจการขึ้นชกโชว์อย่างที่ไมค์ ไทสันกับรอย โนส์ จูเนียร์เคยทำมาก่อนอย่างแน่นอน เพราะมันไม่ต่างกันการแสดงกายกรรมเท่านั้น รวมถึงเขายังมีธุระที่ต้องทำผ่านสมาคมยูเอฟซีของตัวเอง ซึ่งทางคอนเนอร์จะได้กลับมาสู่เวทีกรงเหล็กอีกครั้งหนึ่ง                แม้ว่าคนทั่วโลกจะต้องการเห็นเจค พอลโดนต่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ทว่าทางดาน่า ไวท์เองคือคนหนึ่งที่ไม่ต้องการให้มีการชกที่จริงจังระหว่างคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์กับคนที่ดังมาจากยูทูบแน่นอน ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องโอกาสที่จะเกิดอาการบาดเจ็บของนักสู้ทั้งสองคน แม้ว่าทั้งสองจะเคยขึ้นชกในกติกามวยสากลมาแล้วก็ตาม […]

Continue Reading
จูเนียร์ ดอสซานโตส

จูเนียร์ ดอสซานโตส ที่อาจต้องลาวงการไปแล้วด้วยวัยเกษียน

แฟนๆ ของยูเอฟซี่อาจไม่ได้เห็นหน้าของ จูเนียร์ ดอสซานโตส ไปแล้ว เมื่อทางประธานสมาคมยูเอฟซีได้ออกมาเอ่ยถึงอดีตแชมป์เฮฟวี่เวทคนนี้ที่เพิ่งจะแพ้ต่อไซริล เกนด้วยการน็อคเอาท์จนเป็นสถิติที่ไม่น่าจดจำของเขาที่แพ้หมดรูปไปถึง 4 ไฟท์ติดต่อกันแล้ว ซึ่งดาน่าเองก็เริ่มเตือนเจ้าตัวถึงอนาคตของตัวเองในวงการนี้และตัวเขาก็อาจไม่ประกบคู่ชกที่มีจูเนียร์ไปสู้วงสนามกรงเหล็กอีกต่อไป โดยรายการยูเอฟซี 256 อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวนั่นเอง                ด้าน จูเนียร์ ดอสซานโตส นั้นเริ่มพูดถึงการเกษียนตัวเองจากวงการก่อนที่จะต้องขึ้นชกกับไซริล เกนที่กำลังทำผลงานได้ดีพร้อมสถิติชนะรวด 6 ไฟท์พร้อมกับเป็นการน็อคเอาท์ 5 ไฟท์ด้วยกัน ซึ่งในการสู้ของทั้งสองนั้นพวกเขาเริ่มต้นกันอย่างสูสี ก่อนที่ทางรุ่นน้องอย่างเกนจะเริ่มได้เปรียบจากการเตะและการรัวหมัดใส่ จนกระทั่งหมัดแจ็บที่อัดใส่จูเนียร์ไปพร้อมกับการหมุนชกที่ศอกบังเอิญไปกระแทกเข้าที่ศีรษะจนกรรมการต้องมาดูอาการและยุติการชกไปในที่สุด                เมื่อแมตช์ของจูเนียร์ ดอสซานโตสจบลงแล้วนั้น ทางดาน่า ไวท์ได้ออกมาพูดถึงไฟท์นี้ไว้ว่า สิ่งที่เขาเห็นก็คือทางจูเนียร์ได้รับอากรบาดเจ็บบนเวที ซึ่งตัวเขาเริ่มไม่รู้สึกตัวแล้วและเกิดจะเดินหนีออกไปจากไฟท์จนโดนชกซ้ำและมีการฟันศอกจนเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะต้องเล่นงานจนเหมือนเป็นการเล่นนอกเกมคาสังเวียนมวย แม้ว่าทางจูเนียร์จะเคยเป็นถึงแชมป์เฮฟวี่เวทก็ตาม แต่การพ่ายแพ้ต่อเคน วาลาสเกวสและฟรานซิส งานนูก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายไปไม่น้อยเลยทีเดียว จูเนียร์ ดอสซานโตส ได้แข่งในรายการยูเอฟซีไปมากถึง 23 ครั้ง                จากสถิติทั้งหมดของจูเนียร์ ดอสซานโตสนั้น เจ้าตัวได้แข่งในรายการยูเอฟซีไปมากถึง 23 ครั้ง โดยเอาชนะได้มากถึง 15 ครั้ง ก่อนที่ความพ่ายแพ้ในช่วงหลังจะทำให้เจ้าตัวพ่ายไปมากถึง 8 ครั้งด้วยกัน ซึ่งดูเหมือนว่าเวลาของอดีตแชมป์เฮฟวี่เวทน่าจะจบลงในอนาคตอันใกล้นี้ […]

Continue Reading
คาลิล เราท์ทรี

คาลิล เราท์ทรี กับ มาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท

ถือเป็นแมตช์ประกอบรายการที่น่าดูไม่น้อย สำหรับการเจอกันของ คาลิล เราท์ทรี กับมาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท โดยพวกเขาจะได้เจอกันในรายการยูเอฟซี่ครั้งที่ 257 ในวันที่ 23 เดือนมกราคมปี 2021 ที่จะมีแมตช์การกลับมาของคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์มาเป็นคู่เอกประจำค่ำคืน แม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นทางคาลิลจะเริ่มมีแผนเตรียมแขนมและลาสังเวียนไป แต่ทว่าเจ้าตัวกลับเปลี่ยนใจ เมื่อเขายังคงต้องการแก้มือจากไฟท์ระหว่างเจ้าตัวกับไอออน คูเคลาบาที่เขาเคยแพ้ไปตั้งแต่ปี 2019 นั่นเอง                ตามกำหนดการเดิมนั้นทาง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี แต่ทว่าการมาของไวรัสโควิดได้ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดรายการได้ตามปกติจนทำให้แผนการกลับมาของเขาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนทำให้เขาต้องห่างจากสังเวียนไปนานกว่าเดิม โดยสถิติตลอดอาชีพของเขานั้นอยู่ในระดับกลางด้วยการชนะ 4 ครั้ง แพ้ 4 ครั้งพร้อมกับไม่มีการตัดสินอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับรอเจอคู่ต่อสู้ที่กำลังต้องการชัยชนะในสมาคมนี้เช่นกัน                ในส่วนคู่ต่อสู้ของเราท์ทรีนั้นคือมาร์ซิน พราชโอนี ซึ่งยังไม่เคยเอาชนะใครได้เลยในสมาคม นับตั้งแต่การเจอกับแซม อัลเวย์ มาโกเมด อันคาเลฟและไมค์ โรดิเกวซที่จบลงด้วยชัยชนะของคู่แข่งทั้งสาม แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวของพราชโอนีจะเคยครองสถิติไม่แพ้ใครเลยตลอดแปดไฟท์ในสมาคมอย่างวันแชมป์เปี้ยนชิพนั่นเอง ซึ่งคงเป็นโอกาสอันดีที่นักชกมวยในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทจะมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งผ่านสังเวียนยูเอฟซีครั้งที่ 257 นั่นเอง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี                นับว่าเป็นไฟท์ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการเจอกันของคาลิล เราท์ทรีกับมาร์ซิน พราชโอนี่ที่ผ่านแรกก็เคยพ่ายแพ้มาจนต้องการจะกอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้ง ส่วนอีกฝ่ายก็คือนักสู้ที่เคยมีผลงนแข็งแกร่งจนไร้พ่ายมาก่อน จนกระทั่งต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเขาดีพอจะสู้กับคนอื่นในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทนี้ได้เช่นกัน […]

Continue Reading
เดฟสัน ฟิเกวโด้

เดฟสัน ฟิเกวโด้ กับการป้องกันแชมป์ฟลายเวทไว้ได้เฉียดฉิว

เป็นการเอาตัวรอดได้อย่างเฉียดฉิวสำหรับทาง เดฟสัน ฟิเกวโด้ ที่สามารถป้องกันแชมป์ฟลายเวทของสมาคมยูเอฟซีของตัวเองไว้ได้จากผลเสมอกับนักชกชาวเม็กซิกันอย่างแบรนดอน โมเรโน่ใรคู่เอกของรายกรยูเอฟ 256 ที่เมืองลาสเวกัสนั่นเอง โดยก่อนหน้านั้นทางเจ้าของตำแหน่งได้เพิ่งขึ้นชกป้องกันแชมป์กับผู้ท้าชิงอย่างอเลกซ์ เปเรซไปในเดือนพฤศจิกายนที่เขาเจองานง่ายและสามารถเอาชนะไปได้ในยกแรกเท่านั้น ทว่าในไฟท์ป้องกันแชมป์ครั้งที่สองนั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยทีเดียว                ในไฟท์ป้องกันแชมป์ครั้งที่สองของทาง เดฟสัน ฟิเกวโด้ นั้น เขาได้พยายามโจมตีด้วยการชกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่ทว่าคู่ชกอย่างแบรนดอน โมเรโน่กลับแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ อีกทั้งยังมีช่วงที่ต้องสั้นบนพื้นตามถนัดของโมเรโน่ที่มีทักษะมวยปล้ำจนทางแชมป์ฟลายเวทนั้นเกือบเอาตัวไม่รอดเช่นเดียวกัน รวมถึงมีช่วงหนึ่งที่ทางเดฟสันต้องเสียท่าโดนตัดคะแนนไปหลังจากที่บังเอิญไปเตะเข้าที่เป้าของผู้ท้าชิงจนต้องลงไปนอนกอง ซึ่งทางกรรมการก็ไม่มีทางเลือกจนต้องทำโทษไปนั่นเอง                เมื่อถึงเวลาการตัดสินระหว่างเดฟสัน ฟิเกวโด้กับแบรนดอน โมเรโน่มาถึงนั้นก็เป็นทางแชมป์ที่ได้คะแนนไป 48 ต่อ 46 กับกรรมการอีกสองคนที่ให้คะแนนเสมอกันที่ 47 แต้มจนทำให้สรุปผลเป็นการเสมอพร้อมกับการป้องกันแชมป์น้ำหนักไม่เกิน 125 ปอนด์ไปได้ในที่สุด จนทำให้ทางเจ้าของตำแหน่งมีปี 2020 ที่น่าจดจำผ่านการชกโจเซฟ เบนาวิเดซพร้อมกับป้องกันแชมป์กับเปเรซในเวลาต่อมา จนเป็นเหตุให้ดาน่า ไวท์ประธานสมาคมเลือกจะช้านเขาให้ขึ้นชกอีกครั้งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา                นับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของเดฟสัน ฟิเกวโด้ก็ว่าได้ที่สามารถถือแชมป์ฟลายเวทก้าวข้ามปี 2020 อย่างสวยงาม ซึ่งจากปากของดาน่า ไวท์นั้น เขาถือว่าแมตช์ระหว่างเจ้าตัวกับอเลกซ์ เปเรซนั้นเป็นแมตช์การชกของนักสู้รุ่นฟลายเวทที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมเลยทีเดียว ติดตามข่าวกีฬามากมายทั้งข่าวกีฬาในประเทศและข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
คลาเรสซ่า ชิลด์

คลาเรสซ่า ชิลด์ กับการผันตัวเข้าสู่วงการต่อสู้ในกรงอย่างจริงจัง

เป็นอีกก้าวหนึ่งของอาชีพนักสู้จากทางแชมป์โลกถึงสามรุ่นอย่าง คลาเรสซ่า ชิลด์ ที่เตรียมจะผันตัวไปลงแข่งขันแบบศิลปะป้องกันตัว พร้อมกับต้องการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์โลกของกีฬาทั้งสองพร้อมกันอีกด้วย โดยทางนักกีฬาโอลิมปิกสองสมัยรวดนั้นยังมีสถิติที่สวยงามในการชกแบบมืออาชีพด้วยการเอาชนะได้มากถึง 10 ไฟต์รวด พร้อมต้องการจะเปลี่ยนไปหาความท้าทายใหม่นั่นเอง                การเปลี่ยนเส้นทางกีฬาของ คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพที่เธอได้เปิดเผยว่า เธอต้องการจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนและนั่นก็คือครองตำแหน่งแชมป์โลกในกีฬามวยอาชีพและศิลปะป้องกันตัวในเวลาเดียวกันนั่นเอง ซึ่งเธอเองก็มีต้นแบบอย่างโบ แจ็คสันและดีออน แซนเดอส์ที่สามารถเอาดีได้ถึงกีฬาทั้งสองประเภทอย่างเบสบอลกับอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย                เมื่อย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ที่คลาเรสซ่า ชิลด์ได้กลายเป็นนักกีฬามืออาชีพแล้วนั้น เธอก็มีเป้าหมายเดียวเท่านั้น ซึ่งนั้นก็คือการเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลและต้องการเป็นนักกีฬาแบบแจ็คสันกับแซนเดอร์อีกด้วย สิ่งที่ทำให้เธอสนใจในลีกพีเอฟแอลนั้นก็คือการเป็นองค์กรที่เน้นการต่อสู้เป็นหลัก โดยที่เธอเองก็รอคอยที่จะแสดงฝีมือในการต่อสู้แบบนี้แล้ว รวมถึงจะเริ่มเข้าร่วมลีกในปี 2022 คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพ                หากทางคลาเรสซ่า ชิลด์สามารถทำได้อย่างที่เธอว่าไว้นั้นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักชกหญิงคนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีนักสู้ศิลปะป้องกันตัวอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวงการต่อสู้อย่างจริงจังทั้งสอง ซึ่งไม่นับกีฬามวยปล้ำที่มีอดีตแชมป์โลกมากมายเข้าไปต่อยอดประสบความสำเร็จมาแล้วเช่นกัน ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading