ริคาร์โด้ ริคโค่

ริคาร์โด้ ริคโค่ นักปั่นที่โดนห้ามลงแข่งตลอดชีวิตจากโทษใช้สารกระตุ้น

กลายเป็นนักปั่นจักรยานที่หมดอนาคตไปอีกคนสำหรับทาง ริคาร์โด้ ริคโค่ ที่ถูกลงโทษห้ามแข่งขันยาวตลอดชีวิตไปแล้ว จากเดิมที่เจ้าตัวเพิ่งจะโดนสั่งห้ามลงแข่งถึง 12 ปีจากโทษใช้สารกระตุ้นในการแข่งขัน ซึ่งเจ้าตัวเคยทำผิดกฎเอาไว้ตั้งแต่รายการทัวร์เดอฟรองค์ในปี 2008 โดยตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับว่ามีการใช้ยาต่างๆ เพื่อรักษาอาการป่วยของเขาที่ต้องเข้ารักษาผ่านการถ่ายเลือดมาก่อน ก่อนที่จะมาโดนสมาคมสั่งห้ามลงแข่งขันอีกต่อไป นอกจากนี้ตัวเองยังต้องล้มป่วยผ่านวิธีการรักษาดัวกล่าวอีกด้วย                ก่อนหน้าจะมีคำตัดสินนี้นั้น ทาง ริคาร์โด้ ริคโค่ ก็ต้องเข้ารับการรักษาจากโรคไตวายที่ประเทศอิตาลีและเชื่อว่ามีอาการหนักอยู่พอสมควร โดยครั้งหนึ่งนั้นเจ้าตัวเคยโดนสั่งห้ามลงแข่งกันมาก่อนถึง 20 เดือน เมื่อพบตรวจพบว่าเขาใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งกลับมาลงแข่งอีกครั้งหนึ่ง ทว่าการโดปของเขานั้นก็ยังเป็นปัญหาต่อไปจนกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาลจากการพยายามถ่ายเลือดด้วยตัวเอง ที่ทีมแพทย์มาพบหลังจากเขามีอาการไตวายไปแล้วและทำให้ทีมงานต้องโดนสั่งห้ามเกี่ยวข้องกบการแข่งขันใดๆ เช่นกัน ริคาร์โด้ ริคโค่ ก็ต้องเข้ารับการรักษาจากโรคไตวายที่ประเทศอิตาลี                แม้ว่าทางริคาร์โด้ ริคโค่จะพยายามโต้แย้งว่ามันคือการรักษาตัวแบบหนึ่งด้วยการใช้ธาตุเหล็ก แต่ทว่าทางผู้เชี่ยวชาญกลับไม่เชื่อในข้ออ้างจากเขา เพราะอาการที่เจ้าตัวมีนั้นไม่น่าเกี่ยวกับธาตุเหล็กแต่อย่างใด โดยครั้งหนึ่งทางริคาร์โด้ก็ต้องจะลาวงการนักปั่นไปอย่างถาวรเพราะเจ้าตัวรู้สึกว่ามันทำให้ร่างกายของเขาต้องป่วยหนัก แต่ทว่าเขาก็ยังคงแข่งในรายการต่างๆ ต่อไป จนกระทั่งมาโดนสั่งห้ามแข่งในกีฬาอย่างอื่นต่อไป ซึ่งก็ทำให้เขาต้องถูกยีดรางวัลคืนในรายการทัวร์เดอฟรองค์ที่เคยสร้างชื่อมาแล้วอีกด้วย                นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของริคาร์โด้ ริคโค่ก็ว่าได้ที่หันไปหาสารกระตุ้นที่ช่วยให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้ไวมากขึ้น จนทำให้ชีวิตต้องลงเอยเหมือนกับแลนซ์ อาร์มสตรองอดีตนักปั่นอีกคนหนึ่งที่เคยสร้างชื่อเสียงมามากมาย แต่ทว่าการตรวจโดปของเขาก็ทำให้ด้านมืดของเจ้าตัวเปิดเผยขึ้นมานั่นเอง ติดตามกีฬาข่าวอื่น ๆ ได้ในข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ลูวิส แฮมิลตัน

ลูวิส แฮมิลตัน ที่ดีใจหลังจากมีชีวิตต่อไปได้หลังจากได้รับไวรัส

คงเป็นประสบการณ์ที่เจ้าตัวไม่มีวันลืมเลย เมื่อทาง ลูวิส แฮมิลตัน ได้กลับมาลงสนามแข่งในรายการอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ติดเชื้อโควิดไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทางแชมป์โลกคนนี้จะต้องงดลงแข่งขันรายการฟอร์มูล่าวันในประเทศบาห์เรนไป ก่อนที่จะหายจากไวรัสพร้อมกับตรวจพบว่าร่างกายเขาฟิตพอที่จะลงแข่งในสนาม แม้ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะจบลงที่อันดับที่สามของการแข่งขันตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่างเซบาสเตียน เวทเทลและแชมป์อย่างแมกซ์ แวร์สแทพเพนนั่นเอง                เมื่อทาง ลูวิส แฮมิลตัน หายจากโควิดมาแล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า เขาเหมือนร่างจะพังไปแล้วและรู้สึกไม่ดีอย่างมาก แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีความสุขที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เขายังใช้ชีวิตเพื่อสู้กับวันข้างหน้าจนกระทั่งอย่างน้อยเขาก็ยังจบอันดับดีพอจะได้ยืนอยู่บนโพเดียมอีกครั้ง ซึ่งเรื่องการติดเชื้อโควิดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นเลยและเขารู้ว่าในตอนที่เขาติดเชื้อนั้นจะต้องมีช่วงที่อาการหนักมาก เพราะมีข่าวออกมามากมายว่าโรคนี้ทำให้คนเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเขาเลยกังวลกับเรื่องนี้มาก                อีกสิ่งหนึ่งที่ทางลูวิส แฮมิลตันออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคนี้ก็คือ เขาแปลกใจอย่างมากที่ทำให้ผู้นำของบางประเทศถึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปอย่างนั้น แม้ว่าตัวเขาเองจะกลับมาสงสนามได้ทันก็ตาม แต่เจ้าตัวก็รู้ดีว่าร่างกายของจะไม่อยู่ในสภาพเดิมแล้ว แต่เขาก็พยายามจนกลับมาได้ในที่สุด ส่วนเหตุผลที่แชมป์โลกเร่งกลับมาลงสนามก็เพราะว่า หากตัวเองไม่ได้ลงแข่งตั้งแต่รายการที่บาห์เรนไปจนถึงฤดูกาลหน้านั้นก็จะเป็นการเว้นช่วงที่นานเกินไปและไม่ดีต่อสภาพร่างกายอีกด้วย ลูวิส แฮมิลตัน ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคโควิด 19                ถือว่ายังโชคดีที่ลูวิส แฮมิลตันสามารถกลับมาได้ทันเวลาก่อนที่จะหมดฤดูกาลไป รวมถึงยังคงรักษามาตรฐานของแชมป์โลกจนจบราบการที่อาบูดาบีด้วยตำแหน่งอันดับสาม ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับคนที่เพิ่งหายป่วยมาในระยะเวลาไม่นาน จนต้องยอมรับว่าเขาเป็นนักแข่งแห่งยุคนี้จริงๆ ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
จูเนียร์ ดอสซานโตส

จูเนียร์ ดอสซานโตส ที่อาจต้องลาวงการไปแล้วด้วยวัยเกษียน

แฟนๆ ของยูเอฟซี่อาจไม่ได้เห็นหน้าของ จูเนียร์ ดอสซานโตส ไปแล้ว เมื่อทางประธานสมาคมยูเอฟซีได้ออกมาเอ่ยถึงอดีตแชมป์เฮฟวี่เวทคนนี้ที่เพิ่งจะแพ้ต่อไซริล เกนด้วยการน็อคเอาท์จนเป็นสถิติที่ไม่น่าจดจำของเขาที่แพ้หมดรูปไปถึง 4 ไฟท์ติดต่อกันแล้ว ซึ่งดาน่าเองก็เริ่มเตือนเจ้าตัวถึงอนาคตของตัวเองในวงการนี้และตัวเขาก็อาจไม่ประกบคู่ชกที่มีจูเนียร์ไปสู้วงสนามกรงเหล็กอีกต่อไป โดยรายการยูเอฟซี 256 อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวนั่นเอง                ด้าน จูเนียร์ ดอสซานโตส นั้นเริ่มพูดถึงการเกษียนตัวเองจากวงการก่อนที่จะต้องขึ้นชกกับไซริล เกนที่กำลังทำผลงานได้ดีพร้อมสถิติชนะรวด 6 ไฟท์พร้อมกับเป็นการน็อคเอาท์ 5 ไฟท์ด้วยกัน ซึ่งในการสู้ของทั้งสองนั้นพวกเขาเริ่มต้นกันอย่างสูสี ก่อนที่ทางรุ่นน้องอย่างเกนจะเริ่มได้เปรียบจากการเตะและการรัวหมัดใส่ จนกระทั่งหมัดแจ็บที่อัดใส่จูเนียร์ไปพร้อมกับการหมุนชกที่ศอกบังเอิญไปกระแทกเข้าที่ศีรษะจนกรรมการต้องมาดูอาการและยุติการชกไปในที่สุด                เมื่อแมตช์ของจูเนียร์ ดอสซานโตสจบลงแล้วนั้น ทางดาน่า ไวท์ได้ออกมาพูดถึงไฟท์นี้ไว้ว่า สิ่งที่เขาเห็นก็คือทางจูเนียร์ได้รับอากรบาดเจ็บบนเวที ซึ่งตัวเขาเริ่มไม่รู้สึกตัวแล้วและเกิดจะเดินหนีออกไปจากไฟท์จนโดนชกซ้ำและมีการฟันศอกจนเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะต้องเล่นงานจนเหมือนเป็นการเล่นนอกเกมคาสังเวียนมวย แม้ว่าทางจูเนียร์จะเคยเป็นถึงแชมป์เฮฟวี่เวทก็ตาม แต่การพ่ายแพ้ต่อเคน วาลาสเกวสและฟรานซิส งานนูก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาเสียหายไปไม่น้อยเลยทีเดียว จูเนียร์ ดอสซานโตส ได้แข่งในรายการยูเอฟซีไปมากถึง 23 ครั้ง                จากสถิติทั้งหมดของจูเนียร์ ดอสซานโตสนั้น เจ้าตัวได้แข่งในรายการยูเอฟซีไปมากถึง 23 ครั้ง โดยเอาชนะได้มากถึง 15 ครั้ง ก่อนที่ความพ่ายแพ้ในช่วงหลังจะทำให้เจ้าตัวพ่ายไปมากถึง 8 ครั้งด้วยกัน ซึ่งดูเหมือนว่าเวลาของอดีตแชมป์เฮฟวี่เวทน่าจะจบลงในอนาคตอันใกล้นี้ […]

Continue Reading
ทีมเรดบูล

ทีมเรดบูล ที่ส่งสัญญานถึงทีมแชมป์โลกอย่างเมอร์ซิเดสในการแข่งขัน

ถือเป็นการส่งท้ายปีที่น่ายินดีของ ทีมเรดบูล เมื่อนักขับอย่างแมกซ์ แวร์สแทพเพนได้คว้าชัยในรายการอาบูดาบีได้สำเร็จ เหนือนักแข่งอย่างลูวิส แฮมิลตันที่เป็นแชมป์โลกจากทีมเมอร์ซิเดสไปได้อย่างสวยงาม โดยนักแข่งชาวดัตช์นั้นสามารถทำผลงานได้เหนือนักแข่งอีกคนอย่างเซบาสเตียน เวทเทลที่เคยอยู่ทีมเฟอร์รารี่มาก่อนในช่วงสามที่แล้ว ส่วนแมกซ์เองที่เคยสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึงสี่สมัยในช่วงเวลาต้นยุค 2010 นั้นก็ไม่ได้มีผลงานที่ดีในฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน แต่เหมือนว่าสถานการณ์อย่างเปลี่ยนไปแล้ว                ย้อนไปในปี 2014 นั้นทาง ทีมเรดบูล ก็เริ่มเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อการแข่งขันจำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริดดจนทำให้รถของพวกเขาไม่แข็งแกร่งอย่างเคย รวมถึงการมาของลูวิส แฮมิลตันที่ทำให้ทีมของเขากลายเป็นจ้าวแห่งสนามขึ้นมา ส่วนผลงานของทีมกระทิงก็ไม่กลับมาเป็นอย่างเคยนับตั้งแต่นั้น โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปนั้นทีมจากเครื่องดิ่มก็มักจะเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดี จนกระทั่งเริ่มพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีแสดงผลงานดีในช่วงท้ายฤดูกาลแทนจนพวกเขาหวังว่าในปีหน้าอาจเป็นเวลาของพวกเขาแล้ว                แม้ว่าชัยชนะของทีมเรดบูลจากฝีมือของแมกซ์ แวร์สแทพเพนนั้นอาจไม่มีใครคาดไว้ก่อนก็ตาม แต่ทีมของเขานั้นก็เริ่มค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นกับทีมเมอร์ซิเดสอยู่ช่วงหนึ่งแล้ว ย้อนไปในรายการอย่างเอมิเลีย โรแมกน่าที่ทางแมกซ์เองก็เกือบจะแซงเวทเทลได้ แต่ทว่ากลับมีปัญหากับตัวรถเสียก่อนจนต้องแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึงในรายการที่ประเทศตุรกีที่ทางแมกซ์ต้องการจะอาศัยผิวสนามที่ลื่นกว่าปกติเพื่อเอาชนะในการแข่งขันนี้ แต่ก็ไปชนกับเซอร์จิโอ เฟเรสจนตัดโอกาสตัวเองไปอีกครั้งหนึ่ง ชัยชนะของ ทีมเรดบูล จากฝีมือของ แมกซ์ แวร์สแทพ                หลังจากที่ทางทีมเรดบูลได้แค่เกือบเอาชนะมาได้หลายครั้งนั้น พวกเขาก็ประสบความสำเร็จส่งท้ายปีเข้าจนได้ ส่วนทางทีมเมอร์ซิเดสนั้นคงจะต้องเป็นห่วงทางแชมป์โลกอย่างลูวิส แฮมิลตันว่าพร้อมที่จะแข่งขันต่อไปหรือไม่ หลังจากที่เขายังไม่มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์เพราะเคยติดไวรัสโควิดนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
คาลิล เราท์ทรี

คาลิล เราท์ทรี กับ มาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท

ถือเป็นแมตช์ประกอบรายการที่น่าดูไม่น้อย สำหรับการเจอกันของ คาลิล เราท์ทรี กับมาร์ซิน พราชนิโอทที่เป็นนักสู้ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท โดยพวกเขาจะได้เจอกันในรายการยูเอฟซี่ครั้งที่ 257 ในวันที่ 23 เดือนมกราคมปี 2021 ที่จะมีแมตช์การกลับมาของคอนเนอร์ แมคเกรเกอร์มาเป็นคู่เอกประจำค่ำคืน แม้ว่าก่อนหน้านี้นั้นทางคาลิลจะเริ่มมีแผนเตรียมแขนมและลาสังเวียนไป แต่ทว่าเจ้าตัวกลับเปลี่ยนใจ เมื่อเขายังคงต้องการแก้มือจากไฟท์ระหว่างเจ้าตัวกับไอออน คูเคลาบาที่เขาเคยแพ้ไปตั้งแต่ปี 2019 นั่นเอง                ตามกำหนดการเดิมนั้นทาง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี แต่ทว่าการมาของไวรัสโควิดได้ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดรายการได้ตามปกติจนทำให้แผนการกลับมาของเขาถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนทำให้เขาต้องห่างจากสังเวียนไปนานกว่าเดิม โดยสถิติตลอดอาชีพของเขานั้นอยู่ในระดับกลางด้วยการชนะ 4 ครั้ง แพ้ 4 ครั้งพร้อมกับไม่มีการตัดสินอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับรอเจอคู่ต่อสู้ที่กำลังต้องการชัยชนะในสมาคมนี้เช่นกัน                ในส่วนคู่ต่อสู้ของเราท์ทรีนั้นคือมาร์ซิน พราชโอนี ซึ่งยังไม่เคยเอาชนะใครได้เลยในสมาคม นับตั้งแต่การเจอกับแซม อัลเวย์ มาโกเมด อันคาเลฟและไมค์ โรดิเกวซที่จบลงด้วยชัยชนะของคู่แข่งทั้งสาม แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวของพราชโอนีจะเคยครองสถิติไม่แพ้ใครเลยตลอดแปดไฟท์ในสมาคมอย่างวันแชมป์เปี้ยนชิพนั่นเอง ซึ่งคงเป็นโอกาสอันดีที่นักชกมวยในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทจะมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งผ่านสังเวียนยูเอฟซีครั้งที่ 257 นั่นเอง คาลิล เราท์ทรี จะต้องขึ้นชกในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาให้แก่สมาคมยูเอฟซี                นับว่าเป็นไฟท์ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการเจอกันของคาลิล เราท์ทรีกับมาร์ซิน พราชโอนี่ที่ผ่านแรกก็เคยพ่ายแพ้มาจนต้องการจะกอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้ง ส่วนอีกฝ่ายก็คือนักสู้ที่เคยมีผลงนแข็งแกร่งจนไร้พ่ายมาก่อน จนกระทั่งต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเขาดีพอจะสู้กับคนอื่นในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทนี้ได้เช่นกัน […]

Continue Reading
เดฟสัน ฟิเกวโด้

เดฟสัน ฟิเกวโด้ กับการป้องกันแชมป์ฟลายเวทไว้ได้เฉียดฉิว

เป็นการเอาตัวรอดได้อย่างเฉียดฉิวสำหรับทาง เดฟสัน ฟิเกวโด้ ที่สามารถป้องกันแชมป์ฟลายเวทของสมาคมยูเอฟซีของตัวเองไว้ได้จากผลเสมอกับนักชกชาวเม็กซิกันอย่างแบรนดอน โมเรโน่ใรคู่เอกของรายกรยูเอฟ 256 ที่เมืองลาสเวกัสนั่นเอง โดยก่อนหน้านั้นทางเจ้าของตำแหน่งได้เพิ่งขึ้นชกป้องกันแชมป์กับผู้ท้าชิงอย่างอเลกซ์ เปเรซไปในเดือนพฤศจิกายนที่เขาเจองานง่ายและสามารถเอาชนะไปได้ในยกแรกเท่านั้น ทว่าในไฟท์ป้องกันแชมป์ครั้งที่สองนั้นกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยทีเดียว                ในไฟท์ป้องกันแชมป์ครั้งที่สองของทาง เดฟสัน ฟิเกวโด้ นั้น เขาได้พยายามโจมตีด้วยการชกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่ทว่าคู่ชกอย่างแบรนดอน โมเรโน่กลับแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ อีกทั้งยังมีช่วงที่ต้องสั้นบนพื้นตามถนัดของโมเรโน่ที่มีทักษะมวยปล้ำจนทางแชมป์ฟลายเวทนั้นเกือบเอาตัวไม่รอดเช่นเดียวกัน รวมถึงมีช่วงหนึ่งที่ทางเดฟสันต้องเสียท่าโดนตัดคะแนนไปหลังจากที่บังเอิญไปเตะเข้าที่เป้าของผู้ท้าชิงจนต้องลงไปนอนกอง ซึ่งทางกรรมการก็ไม่มีทางเลือกจนต้องทำโทษไปนั่นเอง                เมื่อถึงเวลาการตัดสินระหว่างเดฟสัน ฟิเกวโด้กับแบรนดอน โมเรโน่มาถึงนั้นก็เป็นทางแชมป์ที่ได้คะแนนไป 48 ต่อ 46 กับกรรมการอีกสองคนที่ให้คะแนนเสมอกันที่ 47 แต้มจนทำให้สรุปผลเป็นการเสมอพร้อมกับการป้องกันแชมป์น้ำหนักไม่เกิน 125 ปอนด์ไปได้ในที่สุด จนทำให้ทางเจ้าของตำแหน่งมีปี 2020 ที่น่าจดจำผ่านการชกโจเซฟ เบนาวิเดซพร้อมกับป้องกันแชมป์กับเปเรซในเวลาต่อมา จนเป็นเหตุให้ดาน่า ไวท์ประธานสมาคมเลือกจะช้านเขาให้ขึ้นชกอีกครั้งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา                นับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของเดฟสัน ฟิเกวโด้ก็ว่าได้ที่สามารถถือแชมป์ฟลายเวทก้าวข้ามปี 2020 อย่างสวยงาม ซึ่งจากปากของดาน่า ไวท์นั้น เขาถือว่าแมตช์ระหว่างเจ้าตัวกับอเลกซ์ เปเรซนั้นเป็นแมตช์การชกของนักสู้รุ่นฟลายเวทที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมเลยทีเดียว ติดตามข่าวกีฬามากมายทั้งข่าวกีฬาในประเทศและข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
คลาเรสซ่า ชิลด์

คลาเรสซ่า ชิลด์ กับการผันตัวเข้าสู่วงการต่อสู้ในกรงอย่างจริงจัง

เป็นอีกก้าวหนึ่งของอาชีพนักสู้จากทางแชมป์โลกถึงสามรุ่นอย่าง คลาเรสซ่า ชิลด์ ที่เตรียมจะผันตัวไปลงแข่งขันแบบศิลปะป้องกันตัว พร้อมกับต้องการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์โลกของกีฬาทั้งสองพร้อมกันอีกด้วย โดยทางนักกีฬาโอลิมปิกสองสมัยรวดนั้นยังมีสถิติที่สวยงามในการชกแบบมืออาชีพด้วยการเอาชนะได้มากถึง 10 ไฟต์รวด พร้อมต้องการจะเปลี่ยนไปหาความท้าทายใหม่นั่นเอง                การเปลี่ยนเส้นทางกีฬาของ คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพที่เธอได้เปิดเผยว่า เธอต้องการจะทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนและนั่นก็คือครองตำแหน่งแชมป์โลกในกีฬามวยอาชีพและศิลปะป้องกันตัวในเวลาเดียวกันนั่นเอง ซึ่งเธอเองก็มีต้นแบบอย่างโบ แจ็คสันและดีออน แซนเดอส์ที่สามารถเอาดีได้ถึงกีฬาทั้งสองประเภทอย่างเบสบอลกับอเมริกันฟุตบอลอีกด้วย                เมื่อย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ที่คลาเรสซ่า ชิลด์ได้กลายเป็นนักกีฬามืออาชีพแล้วนั้น เธอก็มีเป้าหมายเดียวเท่านั้น ซึ่งนั้นก็คือการเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลและต้องการเป็นนักกีฬาแบบแจ็คสันกับแซนเดอร์อีกด้วย สิ่งที่ทำให้เธอสนใจในลีกพีเอฟแอลนั้นก็คือการเป็นองค์กรที่เน้นการต่อสู้เป็นหลัก โดยที่เธอเองก็รอคอยที่จะแสดงฝีมือในการต่อสู้แบบนี้แล้ว รวมถึงจะเริ่มเข้าร่วมลีกในปี 2022 คลาเรสซ่า ชิลด์ นั้นก็เริ่มต้นจากการเข้าร่วมในพีเอฟแอลหรือลีกนักสู้มืออาชีพ                หากทางคลาเรสซ่า ชิลด์สามารถทำได้อย่างที่เธอว่าไว้นั้นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานนักชกหญิงคนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีนักสู้ศิลปะป้องกันตัวอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดของวงการต่อสู้อย่างจริงจังทั้งสอง ซึ่งไม่นับกีฬามวยปล้ำที่มีอดีตแชมป์โลกมากมายเข้าไปต่อยอดประสบความสำเร็จมาแล้วเช่นกัน ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
คูแบรต ปูเลฟ

คูแบรต ปูเลฟ กับเป้าหมายที่จะแชมป์ไปเจอกับไทสัน ฟิวรี่

อาจเป็นผลที่พลิกล็อคก็ว่าได้ หากทาง คูแบรต ปูเลฟ สามารถเอาชนะแอนโธนี่ย์ โจชัวขึ้นมาได้จริงๆ จนกระชากแชมป์ทั้งสี่สถาบันของเจ้าตัวไปครอง แม้ว่านักชกจากประเทศบัลแกเรียจะมีอายุมากถึง 39 ปีแล้วก็ตามที นอกจากนี้เขายังมีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นไปเจอกับนักชกรุ่นเฮฟวี่เวทชื่อดังอีกคนอย่างไทสัน ฟิวรี่อีกด้วย ซึ่งมันจะกลายเป็นการชิงแชมป์ทั้งสี่สถาบันเป็นครั้งแรกอีกด้วย โดยทางนักชกอย่างคูแบรตก็เคยแพ้มาแค่ครั้งเดียวจากตลอด 29 ไฟท์จากฝีมือของวลาดิเมียร์ คริทช์โก้ในปี 2014 หรือ 6 ปีก่อนนั่นเอง ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ                จากความมุ่งมั่นนี้เองที่ทำให้ทาง คูแบรต ปูเลฟ ได้ออกมาพูดก่อนขึ้นชกไว้ว่า ตัวเขาเห็นข้อผิดพลาดมากมายจากแอนโธนีย์มาแล้ว และเขาเชื่อว่าข้อผิดพลาดเหล่านั้นยังอยู่ในตัวของแชมป์คนนี้ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในไฟท์นี้ก็คือผลงานของตัวเองที่จะสามารถทำได้ดีแค่ไหน หากเขารักษาผลงานได้เขาก็จะเอาชนะได้อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เขารู้สึกแข็งแรงและทรงพลังานมากๆ  นี่ไม่ใช่การชกสำหรับเขาคนเดียว แต่มันคือผลงานของชาวบัลแกเรียทุกคนเพราะไม่เคยมีใครจากประเทศของเขาก้าวปึงระดับแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาก่อนอีกด้วย                นอกจากนี้ทางคูแบรต ปูเลฟก็ได้ออกมาพูดถึงเป้ามหายในอนาคตของเขาหลังจากจบไฟท์นี้ก็คือการขึ้นชกกับนักมวยคนดังอย่างไทสัน ฟิวรี่ เพราะเขาเชื่อเลยว่าไฟท์ที่ทุกคนรอคอยอย่างโจชัวร์เจอกับไทสันจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากทางคูแบรตจะสามารถคว้าแชมป์ทั้งสามสถาบันอย่างดับเบิ้ลยูบีโอ ไอบีเอฟและดับเบิ้ลยูบีเอมาครองได้นั่นเอง รวมถึงบอกกับแฟนมวยทั่วโลกไว้ว่า พวกเขาต้องการแชมป์โลกคนใหม่ แชมป์โลกแบบตัวเขาคนนี้                นับว่าเป็นคำพูดที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับทางคูแบรต ปูเลฟที่ออกมาท้าทายและแสดงความมั่นใจก่อนจะขึ้นชิงแชมป์กับแอนโธนีย์ โจชัวร์ แม้ว่าจะต้องเจอกับคู่แข่งที่อายุน้อยกว่าก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าทั้งประสบการณ์และสถิติของนักชาวบัลแกเรียนี้ไม่ได้ด้อยกว่าเลย จนทำให้แนมวยอาจได้ชมการชกระหว่างเขากับไทสัน ฟิวรี่ในอนาคตได้เช่นกัน

Continue Reading
มวยสากล

มวยสากล ครั้งนี้เป็นคู่ที่เหล่าแฟนมวยต่างตั้งตารอคอยมาอย่างยาวนาน

โปรแกรมมวยดังในวันที่ 13 ธันวาคม 2563 เป็นวันเดียวที่มีรายการการแข่งขันชก มวยสากล ที่นักชกทั้งสองคู่จะลงทำการแข่งขันในวันเดียวกัน ในสองรุ่น ได้แก่ แบนตั้มเวต และ ซูเปอร์เฟเธอร์เวต การแข่งขันในครั้งนี้ทำให้แฟนมวยต่างเกิดความลังเลใจว่าจะเลือกเชียร์เลือกชมมวยคู่ไหนดี เพราะทั้งคู่ต่างเป็นมวยคู่นัดท้าชิงที่ดุเดือดที่สุดส่งท้ายปี ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ นักชกในคู่แรกรุ่น แบนตั้มเวต ได้แก่ โนนิโต้ โนแนร์ ปะทะ เอ็มมานูเอล โรดริเกวซ เป็นการท้าชิงขอทั้งคู่เพื่อค้นหาว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมในรุ่นแบนตั้มเวตที่ยังมีพื้นที่ในตำแหน่งว่างอยู่ หากใครสามารถเอาชนะในการแข่งครั้งนี้ได้ จะได้ครองเข็มขัดยาวถึงปีหน้าเลยทีเดียว นักชกในคู่ที่สองรุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวต ได้แก่ มิเกล เบอร์เซลท์ ปะทะ ออสก้า วัลเดซ เป็นการชิงแชมป์ของยอดมวยเดือดอีกคู่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งในศึก มวยสากล ครั้งนี้ เพราะเป็นคู่ที่เหล่าแฟนมวยต่างตั้งตารอคอยมาอย่างยาวนาน มวยสากล ที่นักชกทั้งสองคู่จะลงทำการแข่งขันในวันเดียวกัน                ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ ในวันที่ 13 ธันวา นับว่าเป็นหนึ่งของศึกแห่งประวัติศาสตร์ที่เหล่านักมวยชื่อดังทั้ง 4 คน จะได้ขึ้นสังเวียนพร้อมกันในวันเดียวเพื่อทำการแข่งขัน แฟนมวยที่ต่างตั้งตารอจะไม่มีวันผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงและผลงานที่การรันตรีด้วยแชมป์และเกียรติประวัติที่นักชกมวยสากลแต่ละคนนั้นพกมา ทำให้โปรแกรมมวยการแข่งขันนี้เป็นไปอย่างดุเดือดแน่นอน ท่านที่มีความรักในกีฬามวยอย่างแท้จริง จงเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมกับความบ้าคลั่ง และความสนุกแบบสุดปรอท […]

Continue Reading
คิบิวอตต์ แคนดี้

คิบิวอตต์ แคนดี้ กับการทำลายสถิติที่เมืองบาเลนเซียประเทศสเปนนั่นเอง

กลายเป็นเจ้าของสถิติโลกไปแล้ว สำหรับทาง คิบิวอตต์ แคนดี้ นักวิ่งจากประเทศเคนย่าที่สามารถใช้เวลาวิ่งน้อยกว่าจากการสถิติเดิมของฮาล์ฟมาราธอนในรายการแข่งขันที่เมืองบาเลนเซียประเทศสเปนนั่นเอง โดยสามารถใช้เวลาน้อยกว่าสถิติเดิมถึง 29 วินาทีของจอร์ฟรีย์ คัมวาเรอร์ที่ทำเอาไว้ในรายการที่เมืองโคเปนเฮเกนจากการวิ่งไปถึงระยะ 13.1 ไมล์ภายในเวลา 57 นาที 32 วินาทีด้วยกันพร้อมกับเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งเหนือกว่าที่สองจากประเทศอูกานด้าอย่างจาค็อป คิปลิมโม่ที่มาช้าอยู่กว่า 5 วินาทีอีกด้วย ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศ                เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เพียง คิบิวอตต์ แคนดี้ เท่านั้นที่สามารถทำลายสถิติเดิมไปได้ เมื่อทางที่สองอย่างคิปลิมโม่ที่ทำเวลาได้ช้ากว่าคู่แข่งจากประเทศเคนย่าเพียง 5 วินาทีเท่านั้น รวมถึงที่สามอย่างโรห์เนกซ์ คิปรูโร่ที่ช้ากว่าอันดับหนึ่งที่ 17 วินาที และอันดับสี่ที่เป็นชาวเคนย่าอีกคนอย่างอเลกซานเดอร์ มูทิโซ่ที่ใช้เวลาน้อยกว่าสถิติอยู่ถึง 2 วินาทีเช่นกัน โดยการแข่งขันนี้มีกฎเพียงการห้ามใช้รองเท้าที่นักกีฬาในโอลิมปิกใช้กัน รวมถึงรองเท้าที่ออกแบบมาใหม่จะต้องมีอายุมากกว่า 4 เดือนขึ้นไปก่อนที่การแข่งขันจะเกิดขึ้นที่จะได้รับอนุญาติให้ใช้ในการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนครั้งนี้                แม้ว่าจะมีข้อห้ามเรื่องรองเท้าก็ตาม แต่ทว่าทางคิบิวอตต์ แคนดี้เองก็ใช้รองเท้าหนาที่ 39 มิลลิเมตรซึ่งเป็นไปตามกฎที่ไม่เกิน 40 มิลลิเมตรอีกด้วย นอกจากนี้การแข่งขันที่เมืองบาเลนเซียยังเป็นการทำสถิติโลกครั้งล่าสุดของวงการนักวิ่งหลังจากที่ทางนักวิ่งจากอูกานด้าอย่างโจชัว เชเทคกีได้ทำลายสถิติผ่านการวิ่งมากกว่ามากกว่า 10,000 ไมล์จากการแข่งขันทั้งหมดและนักวิ่งหญิงจากประเทศเอธิโอเปียที่สามารถสะสมยอดการวิ่งไปมากถึง 5,000 ไมล์และนับเป็นสถิติโลกของวงการนักวิ่งผู้หญิงอีกด้วยเช่นกัน                นับว่าเป็นปีแห่งการทำลายสถิติโลกก็ว่าได้ […]

Continue Reading