โจเซ่ อัลโด้

โจเซ่ อัลโด้ ผู้ออกมาท้าทายทีเจ ดิลลาชอร์ ในวงการศิลปะการต่อสู้

นับว่าทาง โจเซ่ อัลโด้ ได้ออกมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่า ตัวเขายังเป็นนักสู้ที่มีความสามารถมากที่สุดในวงการศิลปะการต่อสู้คนหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในรุ่นใดก็ตาม ซึ่งหลังจากที่ตัวเขาสามารถเอาชนะมาร์ล่อน ชิโต้ เวร่ามาได้แล้วนั้น เขาก็ได้ออกมาท้าทายต่อทีเจ ดิลลาชอร์ทันที เนื่องจากตัวเขายังคงต้องการชิงแชมป์โลกอีกสักครั้งหนึ่งอยู่นั่นเอง โดยก่อนหน้านี้ทางโจเซ่ได้มีโอกาสเจอกับปีเตอร์ แยนมาแล้วในการชิงแชมป์รุ่นแบนตัมเวทแต่กลับแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย                ในคู่เอกร่วมรายการยูเอฟซีเวกัสครั้งที่ 17 นั้นทาง โจเซ่ อัลโด้ สามารถสู้กับมาร์ล่อน ชิโต้ เวร่าได้จนครบ 3 ยก โดยตัวเขาสามารถออกอาวุธจากลูกเตะและเล่นงานที่ลำตัวได้มากกว่าจนสามารถเอาชนะคะแนนไปได้ด้วยสกอร์ 29 ต่อ 28 ไปอย่างเอกฉันท์ ซึ่งทำให้ไฟท์นี้ถือเป็นการชนะครั้งแรกในรุ่นน้ำหนัก 135 ปอนด์อีกด้วย โดยทางผู้ชนะได้แสดงความเห็นหลังจบไฟท์ไว้ว่า ตัวเขาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเอาชนะครั้งนี้ให้ได้ ซึ่งมันสำคัญต่ออาชีพของเขาอย่างมากเลยทีเดียว โจเซ่ อัลโด้ สามารถสู้กับมาร์ล่อน ชิโต้ เวร่าได้จนครบ 3 ยก                ช่วงยกแรกนั้นทางโจเซ่ อัลโด้ได้ถูกทางชิโต้ เวร่าพยายามเล่นเล่นงานเร็วก่อน แต่ทว่าเชิงของโจเซ่ยังดีอยู่ ก่อนที่จะสามารถเล่นงานที่กลางลำตัวได้จบครบยกที่หนึ่ง เมื่อทางเวร่าพยาพยามจับจุดการต่อสู้กับฝ่ายแรกในช่วงยกต่อมาได้แล้วก็ตาม แต่ทว่าการโจมตีของโจเซ่ก็ทำให้ทางตัวเขาไม่สามารถทำอะไรได้ รวมถึงยังมีการถูกล็อคตัวและเล่นงาน แม้ว่าจะยังไม่ได้ถูกน็อคก็ตาม ซึ่งก่อนหน้าจะขึ้นชกนี้ทางโจเซ่เองก็ได้ออกมยืนยันว่าตัวเขาจะต้องไต่อันดับเข้าไปชิงแชมป์ยูเอฟวีให้ได้ ซึ่งเป้าหมายคนต่อไปคือทางทีเจ […]

Continue Reading
ไซม่อน โกเลคกี

ไซม่อน โกเลคกี ที่เตรียมจะขึ้นชกในรายการเคเอสดับเบิ้ลยู

น่าจะเป็นโอกาสอันดีของทาง ไซม่อน โกเลคกี ที่จะได้ขึ้นชกในรายการเคเอสดับเบิ้ลยูครั้งที่ 58 ในช่วงวันที่ 30 มกราคมปี 2021 ซึ่งจะเป็นคู่เอกร่วมกับการชิงแชมป์ฟีเธอร์เวทอีกด้วย โดยทางไซม่อนเคยเป็นถึงแชมป์โลกยกน้ำหนักมาก่อน รวมถึงเคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิคมาแล้วเช่นกัน ซึ่งการขึ้นชกของเขาครั้งนี้จะได้เจอกับมาร์ติน ซาวาดาที่จะสู้กันในประเทศโปแลนด์จากการยืนยันของเจ้าหน้าที่ในสมาคมชื่อดังจากโปแลนด์และทวีปยุโรปอีกด้วย                ด้าน ไซม่อน โกเลคกี เองนั้นได้เริ่มขึ้นสู่วงการนักสู้ศิลปะป้องกันตัวนับตั้งแต่ตัวเขาได้ประกาศลาออกจากวงการยกน้ำหนักที่ตัวเขาเคยคว้าแชมป์โลกมาก่อน ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นนักสู้แล้วนั้นตัวเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งได้มากถึง 8 ครั้งและพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยการเอาชนะในสมาคมเคเอสดับเบิ้ลยูนั้นยังเป็นการจัดการคู่ต่อสู้ได้สองครั้งรวดผ่านการน็อคมาริอุส พัดเซียโนสกี อีกทั้งยังเอาชนะดาเมียน แจนิโคสกีได้อีกเช่นกันจากการขึ้นชกครั้งล่าสุดของทางไซม่อนกับวงการนี้ ไซม่อน โกเลคกี เองนั้นได้เริ่มขึ้นสู่วงการนักสู้ศิลปะป้องกันตัว                ซึ่งการชกครั้งต่อไปของทางไซม่อน โกเลคกีนั้นก็จะเป็นการเจอกับมาร์ติน ซาวาดาที่มีพี่ชายอย่างเดวิดที่ได้เซ็นสัญญากับทางยูเอฟซีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังจะเป็นคู่เอกร่วมกับการชิงแชมป์ฟีเธอร์เวทของซาลาดีน พาร์เนสสีที่จะต้องป้องกันกับเดเนี่ยล ตอร์เรสนั่นเอง โดยสถิติไร้พ่ายของพาสเนสสีเองถือว่าเป็นหนึ่งในนักชกระดับสูงของทวีปยุโรปจากการเอาชระได้ 14 ไฟท์และเสมอเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาห้าครั้งรวดในสมาคมเดียวกัน ซึ่งสองครั้งล่าสุดเป้นการชิงแชมป์ฟีเธอร์เวทที่ตัวเองครองอยู่                นับว่าเป็นชีวิตที่สดใสไม่น้อยสำหรับทางไซม่อน โกเลคกีที่สามารถเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นนักยกน้ำหนักสู่นักชกศิลปะป้องกันตัว ซึ่งเจ้าตัวได้กลายเป็นคู่เอกร่วมในสมาคมเคเอสดับเบิ้ลยูที่นับว่าเป็นค่ายใหญ่ในทวีปยุโรป รวมถึงชัยชนะครั้งหน้าของเขาอาจจะมีโอกาสทำให้เจ้าตัวได้ชิงแชมป์หรือเป็นคู่เอกในอนาคตนั่นเอง ติดตามกีฬาต่าง ๆ มากมายได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
จอร์ฟ เนล

จอร์ฟ เนล ที่ไม่สนเรื่องกระแสของ คัมแซท ชีเมฟ นักสู้ดาวรุ่ง

แม้ว่าทางรุ่นเวลเทอร์เวทจะมีเรื่องมากมายเป็นกระแสก็ตาม แต่ทว่าทาง จอร์ฟ เนล ที่มีไฟท์ต้องเจอกับสตีเฟ่น ธอมป์สันนั้นไม่ได้มีสนใจว่าข่าวคราวในวงการจะเป็นอะไร โดยเฉพาะเรื่องของคัมแซท ชีเมฟที่เป็นนักสู้ดาวรุ่งและมีสถิติชนะสองไฟท์เท่านั้น แต่กลับได้ขึ้นชกเป็นคู่ใหญ่จนทางธอมป์สันต้องออกมาพูดถึงกระแสนี้ว่าตัวเขาไม่เข้าใจเลย ส่วนทางจอร์ฟนั้นก็มองว่าสิ่งที่คัมแวททำนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ทว่านักสู้คนนั้นก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอเช่นกัน                การที่ จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ กับนักชกในรุ่นเดียวกันอย่างคัมแซท ชีเมฟที่เพิ่งจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ถึงสองไฟท์ในระยะเวลาเพียง 10 วันก็ตาม ซึ่งตัวเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลย แต่ตัวเขาก็อยู่ในสมาคมนี้เช่นกัน เพราะยูเอฟซีก็เป็นธุรกิจหนึ่ง  แล้วสิ่งที่คัมแซททำเพื่อมายืนถึงจุดนี้ก็เป็นวิธีการที่เข้าใจได้ หากพูดในมุมมองของธุรกิจ แต่ถ้าเป็นเรื่องการต่อสู้นั้น ทางจอร์ฟมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่นักสู้คนนี้จะมาอยู่ลำดับสูง จอร์ฟ เนล ออกมาพูดว่าตัวเขาไม่ได้อิจฉาอะไรใดๆ                เมื่อจอร์ฟ เนลได้พูดถึงเรื่องรุ่นน้ำหนักของตัวเองนั้น ตัวเขาก็มองว่าทางคัมแซทเพิ่งจะมีโอกาสได้สู้ในรุ่นเวลเทอร์เวทเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าตัวกลับมาอยู่ในอันดับสามของตารางได้มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และตัวเขาไม่สมควรได้รับมัน เพราะส่วนตัวนั้นตัวเขาควรได้รับความนิยมตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น นอกจากการพูดถึงนักสู้ในรุ่นเดียวกันแล้วนั้น ทางจอร์ฟก็ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับนิสัยตัวเองที่รู้สึกรักศักดิ์ศรีของตัวเองและไม่ได้มาสู่ในยูเอฟซีเพื่อเงินแต่อย่างใด เพราะตัวเขาต้องการจารึกชื่อของเขาไว้ในวงการมากกว่า                อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นกัน หากทางจอร์ฟ เนลนั้นอาจตกอันดับไปแล้วมีทางคัมแซท ชีเมฟมาแทนที่เขา ทั้งที่ประสบการณ์และจำนวนไฟท์ต่างกัน แม้ว่าทุกอย่างบนโลกจะเป็นเรื่องของธุรกิจก็ตาม แต่หากใช้ความนิยมในการเลือกคู่ต่อสู้กัน ทางสมาคมก็อาจกลายเป็นมวยโชว์ไปได้ในอนาคตเช่นกัน ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
เบลลาทอร์

เบลลาทอร์ ที่เลือกเซ็นสัญญาดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม

ถือว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าแปลกใจของ เบลลาทอร์ อยู่ไม่น้อย เมื่อเมื่อพวกเขาได้เลือกเซ็นสัญญาทางดาริน่า แมดซุคเข้ามาสู่สมาคม โดยตัวของดาริน่านั้นได้เป็นที่รู้จักมาจากไฟท์ที่เป็นไวรัลดังทั่งสังคมออนไลน์ อีกทั้งยังมีคนออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์การต่อสู้ของสมาคมอื่น หลังจากที่เธอที่มีน้ำหนักตัวเพียง 139 ปอนด์ได้ขึ้นชกกับผู้ชายที่มีน้ำหนักถึง 529 ปอนด์เลยทีเดียว รวมถึงตัวเธอเองก็เป็นผู้ชนะในไฟท์นี้ด้วย แต่ผู้คนกลับพุ่งเป้าไปที่ความไม่เหมาะสมของคู่ชกมากกว่า                 จากแหล่งข่าววงในของทางเว็บไซต์เอ็มเอ็มเอไฟท์ติ้งนั้นได้ยืนยันว่า ทางสมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงานด้วย หลังจากที่ดาริน่า แมดซุคสร้างชื่อผ่านรายการชกที่ประเทศรัสเซียที่ชื่อว่า อาวร์บิสสิเนส ที่เธอได้ชกกับกรีกอรี่ คริสต์ยาคอฟที่มีน้ำหนักมากกว่า 500 ปอนด์ โดยในการขึ้นชกนั้นทางฝ่ายชายเริ่มได้เปรียบมากกว่าจากการล็อคคอและพยายามโจมตีอย่างรวดเร็ว แต่กลับโดนฝ่ายชกเข้าเป้าไปที่ใบหน้าจนร่วงลงไปแล้วโดนรวบชกจนไม่สามารถทำอะไรได้ พร้อมกับแพ้ไป สมาคม เบลลาทอร์ ได้ต้องการตัวนักสู้หญิงคนนี้ไปร่วมงาน                แม้ว่าทางเบลลาทอร์นั้นจะไม่มีความเห็นใดๆ กับไฟท์นี้ก็ตาม แต่ทางกรรมการอย่างมาร์ค กอดดาร์ดก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่านี่คือการชกที่ตัวเขารับไม่ได้และเป็นเหมือนความพินาศของวงการในปี 2020 ทั้งที่ทางวงการพยายามที่จะนำเสนอการต่อสู้ที่จริงจังก็ตามที ซึ่งทางกรรมการอย่างกอดดาร์ดก็มักจะแสดงความเห็นในแมตช์ต่างๆ ของวงการอยู่เป็นประจำทั้งไฟท์ระหว่างโคลบี้ โควิงตันที่เจอกับเจ้าของแชมป์เวลเตอร์เวทคนปัจจุบันอย่างคามารุ อุสมานมาแล้วเช่นกัน                คงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าทำไมทางเบลลาทอร์จึงเลือกเซ็นสัญญานักสู้ที่ไม่ได้แสดงฝีมือมากนักอย่างดาริน่า แมดซุค แต่ทว่าการที่เธอมีคนรู้จักไปทั่วโลกนั้นก็อาจจะดีพอที่ทำให้นักสู้คนนี้ต่อยอดและมีโอกาสขึ้นชกในไฟท์ที่จริงจังมากกว่าการชกกับผู้ชายที่น้ำหนักมากกว่าเกือบ 400 ปอนด์นั่นเอง ติดตามข่าวกีฬามากมายได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ยูเอฟซี

ยูเอฟซี ที่ตั้งข้อกำหนดการเดินทางของนักสู้มายังสนามเพื่อขึ้นชก

นับว่าเป็นการตั้งข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬาที่จะต้องเดินทางมายังสนามเพื่อขึ้นชกนั้นว่าสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อมาถึงเมืองลาสเวกัสแล้ว ซึ่งเหตุผลก็มาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจนทำให้นักสู้หลายคนอาจเสี่ยงจะเป็นพาหะนำโรคได้นั่นเอง โดยการเงื่อนไขนั้นทางสมาคมจะแจ้งว่าเหล่านักกีฬาผ่านอีเมลต่างๆ โดยที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ในชื่อว่า อเล็กซ์ สคาฟฟิดิได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดในจดหมายนี้อีกด้วย                ในข้อความที่สมาคม ยูเอฟซี ได้ชี้แจงไว้ได้บอกว่า เพื่อทำให้เกิดความั่นใจต่อการตรวจหาเชื้อที่สมาคมได้จัดไว้นั้น นักกีฬาและทีมงานทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านวิธีการใดๆ ยกเว้นการเดินทางที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้นับตั้งแต่ช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นชก ซึ่งรวมถึงยานพาหนะส่วนตัวของนักกีฬา ของคนรู้จักหรือจะเป็นบริการแชร์ไรดิ่งอย่างอูเบอร์กับลิฟท์อีกด้วย โดยนโยบายนี้จะถูกบังคับใช้กับนักกีฬากับทีมงานทุกคนที่อยู่ในเมืองลาสเวกัส รวมถึงคนที่อยู่ในเมืองอื่นใกล้เคียงที่เตรียมขึ้นชกภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนสู้จริงนั่นเอง เพื่อความปลอดภัยของ ยูเอฟซี เมื่อพวกเขาได้ตั้งเงื่อนไขให้กับนักกีฬา                นอกจากนี้ทางสมาคมยูเอฟซียังได้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกว่า ทางทีมงานกับนักสู้ทุกคนนั้นยังไม่สามารถเดินทางออกจากโรงแรมที่ทางสมาคมได้จัดไว้ให้ หากไม่ได้รับการอนุญาตผ่านฝ่ายจัดรายการ ซึ่งรวมถึงหลังจากขึ้นชกไปแล้วอีกด้วย หากคนที่เดินทางออกไปนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าพักเลยทีเดียว โดยหากมีผู้เล่นคนไหนต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ นั้นก็จะต้องติดต่อผ่านสมาคมก่อนเช่นกันเพื่อไม่ให้มีใครต้องบังเอิญไปติดเชื้อโควิดก่อนจะเข้ามาในค่ายโดยไม่คาดคิด                นับว่าสมาคมยูเอฟซีก็พยายามจะหาทางปลอดภัยที่สุดเพื่อจัดการแข่งขันต่อไป รวมถึงไม่เสี่ยงที่จะให้มีนักกีฬาติดเชื้อโควิดจนอาจส่งผลถึงแมตช์ต่างๆ ที่ประกาศออกไปแล้ว จนเรียกได้ว่านโยบายเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาถูกออกแบบมาอย่างดีแล้ว แม้ว่านักสู้บางคนจะออกมาวิจารณ์ว่า สมาคมอาจทำเกินไปและทำให้เหล่านักสู้ไม่สามารถไปที่ใดได้เลยนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาต่างประเทศอื่น ๆ และ ข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
แคท เมอร์ชานท์

แคท เมอร์ชานท์ แชมป์โลกกับอาการบาดเจ็บที่สมองด้วยอายุเพียง 28 ปี

               เป็นข่าวร้ายของวงการรักบี้อยู่เสมอ เมื่อล่าสุดทางแชมป์โลกอย่าง แคท เมอร์ชานท์ ได้ออกมาเรียกร้องให้สมาคมดูแลสุขภาพของนักแข่งที่เกษียณตัวเองไปแล้ว หลังจากที่เธอก็มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอยู่หลายครั้งจากการแข่งขัน ซึ่งจากการวิจัยของเฮดเวย์นั้นได้เปิดเผยว่า ตัวนักกีฬาเพศหญิงนั้นมีโอกาสจะได้รับอาการบาดเจ็บมากกว่าเพศชายอยู่หลายเท่าเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวนั้นได้ลาจากสนามไปด้วยอายุเพียง 28 ปีเท่านั้นในปี 2014 จากอาการบาดเจ็บของเธอมากกว่า 11 ครั้งในอาชีพตลอด 14 ฤดูกาล                จากการเปิดเผยของ แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่างๆ ลดลง ซึ่งตัวเองนั้นไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำของเธอได้อย่างปกติโดยไม่มีอาการปวดหัวเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอยังมีอาการติดอ่างกับหลงลืมคำพูดต่างๆ ระหว่างสนทนาเช่นกัน นอกจากนี้ในประแสปัจจุบันนั้นทางอดีตแชมป์โลกอีกคนอย่างสตีฟ ธอมป์สันก็ได้นำเหล่านักรักบี้มารวมตัวกันเพื่อฟ้องเหล่าผู้บริหารจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าทางแชมป์หญิงคนนี้จะเห็นต่างออกไป แคท เมอร์ชานท์ นั้นเธอได้ออกมายอมรับว่าตัวเองมีอาการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ลดลง                สิ่งที่แคท เมอร์ชานท์ออกมาเสนอก็คือสวัสดิการของเหล่านักแข่งที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้เกษียณตัวเองจากสนาม ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า สำหรับคนที่ลาจากสนามไปแล้วนั้นจะมีความรู้สึกว่า พวกเขามีความสุขที่ได้ลงเล่นมาตอดหลายปี แต่มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องบอกลาแล้ว ส่วนหนึ่งที่เธอต้องการความช่วยเหลือก็คือเธอเองที่ต้องปประกาศเลิกแข่งตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 28 ปีนั้นก็เริ่มรู้สึกสูญเสียตัวต้นไปและตัวเธอเองก็ต้องการความช่วยเหลือในด้านของสภาพจิตใจ นอกเหนือจากร่างกายอีกด้วย                คงจะพูดได้ว่าสิ่งที่แคท เมอร์ชานท์พยายามเสนอออกมาก็เป็นเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้เล่นที่เกษียณหลายคนอาจไม่ได้มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองกันทุกคน แต่ทว่าการให้ความช่วยเหลือแก่คนที่บอกลาวงการรักบี้ไปนั้นอาจช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงสภาพจิตใจที่อดีตแชมป์โลกยอมรับอีกว่า เคยต้องนั่งร้องไห้เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่เธอทำมาตลอดได้อีกแล้วนั่นเอง ติดตามข่าวกีฬาหลากหลายแนวได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส

ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส กับคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่ง

กลายเป็นข่าวเสียหายของวงการก็ว่าได้ เมื่ออดีตนักสู้ในรายการอัลติเมทไฟท์เตอร์อย่าง ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส ได้ถูกกล่าวหาในคดีคุกคามทางเพศต่อหญิงสาวคนหนึ่งในบ้านของเธอจนจำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลในเมืองอัลบูคีคีซึ่งมีหลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิดของที่บ้านเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย  แต่ทว่าตัวศาลนั้นจะไม่มีคำสั่งกักจำเลยไว้ เนื่องจากตัวเขาไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและมีโอกาสเรียกกลับมาสืบสวนต่อไปในอนาคต แม้ว่าทางฝ่ายชายจะออกมาปฏิเสธและพูดถึงเหตุการณ์ที่ว่านั้นเป็นการยินยอมของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย                จากมุมมองของฝ่ายโจทย์นั้นเธอได้ชี้แจงต่อศาลว่า ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน อีกทั้งมีการฝึกสอนภายในบ้าน แต่ทว่าตัวเองกลับมีอาการบาดเจ็บที่ขาและต้องการนวดเพื่อรักษาอาการ โดยระหว่างที่ทั้งสองร่วมกินข้าวเช้าด้วยกันนั้น ฝ่ายเจ้าหน้าสืบสวนก็สังเกตเห็นว่านักสู้คนนี้อาจเอาบางอย่างใส่ไปในเครื่องดื่มของเธอ หลังจากนั้นยังมีวิดีโอที่แสดงเหตุการณ์ว่าตัวเหยื่อนั้นหมดสติไปและไม่รับรู้ใดๆ แม้ว่าสุนัขของตัวเองจะมาเล่นด้วยก็ตาม ส่วนทางราฟาเอลก็มีการสัมผัสตัวเธออย่างไม่เหมาะสมเช่นกัน ราฟาเอล เดอเฟรย์ตาส เคยเป็นผู้ฝึกสอนเธอมาก่อน                ในอีกด้านหนึ่งของฝ่ายจำเลยอย่างราฟาเอล เดอเฟรย์ตาสเองได้ชี้แจงว่า ตัวผู้หญิงคนนี้มีความยินยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้และทั้งสองเป็นเพื่อนกันที่พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นการร่วมรักขึ้นมา ซึ่งจากวิดิโอนั้นตัวเธอเองก็มีพฤติกรรมร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ลูกความของเขาเท่านั้นที่จะทำเรื่องคุกคามทางเพศอย่างที่ถูกกล่าวหา  นอกจากนี้ยังมีการส่งข้อความของฝ่ายโจทย์หลังจากเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและหวังว่าจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งในวันนั้นฝ่ายนักเรียนเก่าของเขาได้หลับไปและยังมีคำถามอีกว่า ตัวเธอได้ทำอะไรไม่เหมาะสมกับเขาหรือไม่อีกด้วย                แม้ว่าทางราฟาเอง เดอเฟรย์ตาสจะยังไม่ถูกลงโทษก็ตาม แต่ทว่าหากวิดีโอที่ศาลได้ชมนั้นเป็นเรื่องจริง ตัวเขานั้นก็คงไม่น่ารอดจากคดีคุกคามทางเพศนี้ ยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีอดีตนักเรียนตัวเองมาเกี่ยวข้องคงจะทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากไม่น้อยสำหรับตำนานของวงการต่อสู้คนนี้ ติดตามข่าวกีฬาอื่น ๆ ได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
แอนโธนี่ โจชัว

แอนโธนี่ โจชัว กับ ไทสัน ฟิวรี่ ที่เคยลองมือกันมาแล้วอย่างดุเดือด

จัดว่าเป็นไฟท์ที่หลายคนต้องการจะชมอย่างมาก สำหรับการเจอกันระหว่างไทสัน ฟิวรี่กับ แอนโธนี่ โจชัว ที่จะเป็นการชิงแชมป์สมาคมมวยโลกถึงสี่สถาบันอย่างดับเบิ้ยูบีโอที่ทางไทสันถืออยู่ ส่วนไอบีเอฟ ดับเบิ้ยยูบีซีและดับเบิ้ลยูบีเอนั้นเป็นทางนักชกรุ่นน้องถืออยู่ นอกจากนี้ทางไทสันยังออกมาพูดถึงอดีตว่าตัวเขาเคยประลองฝีมือกับแชมป์โลกสามสถาบันคนนี้มาแล้วในสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่ในชมรมมวยแห่งหนึ่งในปี 2010 หรือสิบปีก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสปะทะกันขึ้นมาจริงๆ นั่นเอง                ทางไทสัน ฟิวรี่ได้พูดถึงเหตุการณ์นั้นว่า ตัเวขาไปได้ยังชมรมมวยปล้ำฟินชเลย์และเจอกับแชมป์มวยสมัครเล่นเอบีเออย่าง แอนโธนี่ โจชัว ที่เขามีผลงานที่ร้อนแรงอย่างมาก นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าในเวลานั้นจะสามารถจัดการนักชกรุ่นน้อองได้อย่างสบายๆ เพราะตัวเองก็เนชป็นมืออาชีพ ส่วนอีกฝ่ายเป็นมือสมัครเล่นเท่านั้น และแอนโธนี่เองก็คงสู้ไม่ได้แน่นอนเมื่อเขาตั้งใจจะเอาจริงขึ้นมา ซึ่งในไฟท์นั้นนักชกรุ่นน้องรีบพุ่งเข้ามาหาเขาและรัวหมัดดต่อยซ้ายขวา อีกทั้งยังปล่อยหมัดอัพเพอร์คัทใส่คางเข้าอย่างจังอีกด้วย แอนโธนี่ โจชัว ถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย                โดยทางไทสัน ฟิวรี่เองก็ยอมรับว่า ถ้าเขาเป็นพวกคางอ่อนก็คงจะโดนน็อคยาวข้ามเดือนไปเลยทีเดียว ในเวลานั้นทางแอนโธนี่ โจชัวถือว่ามีฝีมืออย่างมากและยังอายุน้อยอีกด้วย เขาจึงเชื่อว่านี่จะเป็นนักชกแห่งอนาคตเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวของไทสันเองก็ชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพอจะกลายเป็นดาวดังของวงการมวยได้ ซึ่งตัวเขายังจดจำเหตุการณ์นั้นได้ว่า เจ้าหนูสมัครเล่นคนนี้ต้อกวารจะฆ่าเขาในสังเวียน จนกระทั่งตัวเขาต้องปล่อยเข้าที่ลำตัวของแอนโธนี่เพื่อหยุดการโจมตีลงบ้างและการชกเรียกเหงื่อครั้งนั้นก็จบลงในสามยกพร้อมกับคำชมของไทสันนั่นเอง                นับว่าทางไทสัน ฟิวรี่ก็คงจะรู้จักฝีมือของนักชกรุ่นน้องดีอยู่แล้วว่าสามารถทำอะไรได้บ้างและหากทั้งสองสู้กันจริงๆ ก็คงเป็นไฟท์ที่น่าสนุกของทั้งคู่หลังจากที่เคยลองมือกันมาแล้วในอดีต แต่ทว่าหากเป็นการแข่งในสังเวียนจริงนั้นแอนโธนี่ โจชัวก็คงจะไม่ปล่อยรุ่นพี่ที่เคยสู้กันในอดีตออกไปง่ายๆ เหมือนกับเรเองในปี 2010 ที่เจ้าตัวยังป็นเพียงแต่นักชสมัครเล่อย่างแน่นอนเลยทีเดียว ติดตามข่าวกีฬาอื่นๆได้ที่ข่าวกีฬาต่างประเทศ

Continue Reading
ริคาร์โด้ ริคโค่

ริคาร์โด้ ริคโค่ นักปั่นที่โดนห้ามลงแข่งตลอดชีวิตจากโทษใช้สารกระตุ้น

กลายเป็นนักปั่นจักรยานที่หมดอนาคตไปอีกคนสำหรับทาง ริคาร์โด้ ริคโค่ ที่ถูกลงโทษห้ามแข่งขันยาวตลอดชีวิตไปแล้ว จากเดิมที่เจ้าตัวเพิ่งจะโดนสั่งห้ามลงแข่งถึง 12 ปีจากโทษใช้สารกระตุ้นในการแข่งขัน ซึ่งเจ้าตัวเคยทำผิดกฎเอาไว้ตั้งแต่รายการทัวร์เดอฟรองค์ในปี 2008 โดยตัวเขาเองนั้นก็ยอมรับว่ามีการใช้ยาต่างๆ เพื่อรักษาอาการป่วยของเขาที่ต้องเข้ารักษาผ่านการถ่ายเลือดมาก่อน ก่อนที่จะมาโดนสมาคมสั่งห้ามลงแข่งขันอีกต่อไป นอกจากนี้ตัวเองยังต้องล้มป่วยผ่านวิธีการรักษาดัวกล่าวอีกด้วย                ก่อนหน้าจะมีคำตัดสินนี้นั้น ทาง ริคาร์โด้ ริคโค่ ก็ต้องเข้ารับการรักษาจากโรคไตวายที่ประเทศอิตาลีและเชื่อว่ามีอาการหนักอยู่พอสมควร โดยครั้งหนึ่งนั้นเจ้าตัวเคยโดนสั่งห้ามลงแข่งกันมาก่อนถึง 20 เดือน เมื่อพบตรวจพบว่าเขาใช้สารกระตุ้นในการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งกลับมาลงแข่งอีกครั้งหนึ่ง ทว่าการโดปของเขานั้นก็ยังเป็นปัญหาต่อไปจนกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาลจากการพยายามถ่ายเลือดด้วยตัวเอง ที่ทีมแพทย์มาพบหลังจากเขามีอาการไตวายไปแล้วและทำให้ทีมงานต้องโดนสั่งห้ามเกี่ยวข้องกบการแข่งขันใดๆ เช่นกัน ริคาร์โด้ ริคโค่ ก็ต้องเข้ารับการรักษาจากโรคไตวายที่ประเทศอิตาลี                แม้ว่าทางริคาร์โด้ ริคโค่จะพยายามโต้แย้งว่ามันคือการรักษาตัวแบบหนึ่งด้วยการใช้ธาตุเหล็ก แต่ทว่าทางผู้เชี่ยวชาญกลับไม่เชื่อในข้ออ้างจากเขา เพราะอาการที่เจ้าตัวมีนั้นไม่น่าเกี่ยวกับธาตุเหล็กแต่อย่างใด โดยครั้งหนึ่งทางริคาร์โด้ก็ต้องจะลาวงการนักปั่นไปอย่างถาวรเพราะเจ้าตัวรู้สึกว่ามันทำให้ร่างกายของเขาต้องป่วยหนัก แต่ทว่าเขาก็ยังคงแข่งในรายการต่างๆ ต่อไป จนกระทั่งมาโดนสั่งห้ามแข่งในกีฬาอย่างอื่นต่อไป ซึ่งก็ทำให้เขาต้องถูกยีดรางวัลคืนในรายการทัวร์เดอฟรองค์ที่เคยสร้างชื่อมาแล้วอีกด้วย                นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของริคาร์โด้ ริคโค่ก็ว่าได้ที่หันไปหาสารกระตุ้นที่ช่วยให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้ไวมากขึ้น จนทำให้ชีวิตต้องลงเอยเหมือนกับแลนซ์ อาร์มสตรองอดีตนักปั่นอีกคนหนึ่งที่เคยสร้างชื่อเสียงมามากมาย แต่ทว่าการตรวจโดปของเขาก็ทำให้ด้านมืดของเจ้าตัวเปิดเผยขึ้นมานั่นเอง ติดตามกีฬาข่าวอื่น ๆ ได้ในข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading
ลูวิส แฮมิลตัน

ลูวิส แฮมิลตัน ที่ดีใจหลังจากมีชีวิตต่อไปได้หลังจากได้รับไวรัส

คงเป็นประสบการณ์ที่เจ้าตัวไม่มีวันลืมเลย เมื่อทาง ลูวิส แฮมิลตัน ได้กลับมาลงสนามแข่งในรายการอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ติดเชื้อโควิดไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทางแชมป์โลกคนนี้จะต้องงดลงแข่งขันรายการฟอร์มูล่าวันในประเทศบาห์เรนไป ก่อนที่จะหายจากไวรัสพร้อมกับตรวจพบว่าร่างกายเขาฟิตพอที่จะลงแข่งในสนาม แม้ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะจบลงที่อันดับที่สามของการแข่งขันตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่างเซบาสเตียน เวทเทลและแชมป์อย่างแมกซ์ แวร์สแทพเพนนั่นเอง                เมื่อทาง ลูวิส แฮมิลตัน หายจากโควิดมาแล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า เขาเหมือนร่างจะพังไปแล้วและรู้สึกไม่ดีอย่างมาก แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีความสุขที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เขายังใช้ชีวิตเพื่อสู้กับวันข้างหน้าจนกระทั่งอย่างน้อยเขาก็ยังจบอันดับดีพอจะได้ยืนอยู่บนโพเดียมอีกครั้ง ซึ่งเรื่องการติดเชื้อโควิดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นเลยและเขารู้ว่าในตอนที่เขาติดเชื้อนั้นจะต้องมีช่วงที่อาการหนักมาก เพราะมีข่าวออกมามากมายว่าโรคนี้ทำให้คนเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเขาเลยกังวลกับเรื่องนี้มาก                อีกสิ่งหนึ่งที่ทางลูวิส แฮมิลตันออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคนี้ก็คือ เขาแปลกใจอย่างมากที่ทำให้ผู้นำของบางประเทศถึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปอย่างนั้น แม้ว่าตัวเขาเองจะกลับมาสงสนามได้ทันก็ตาม แต่เจ้าตัวก็รู้ดีว่าร่างกายของจะไม่อยู่ในสภาพเดิมแล้ว แต่เขาก็พยายามจนกลับมาได้ในที่สุด ส่วนเหตุผลที่แชมป์โลกเร่งกลับมาลงสนามก็เพราะว่า หากตัวเองไม่ได้ลงแข่งตั้งแต่รายการที่บาห์เรนไปจนถึงฤดูกาลหน้านั้นก็จะเป็นการเว้นช่วงที่นานเกินไปและไม่ดีต่อสภาพร่างกายอีกด้วย ลูวิส แฮมิลตัน ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโรคโควิด 19                ถือว่ายังโชคดีที่ลูวิส แฮมิลตันสามารถกลับมาได้ทันเวลาก่อนที่จะหมดฤดูกาลไป รวมถึงยังคงรักษามาตรฐานของแชมป์โลกจนจบราบการที่อาบูดาบีด้วยตำแหน่งอันดับสาม ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับคนที่เพิ่งหายป่วยมาในระยะเวลาไม่นาน จนต้องยอมรับว่าเขาเป็นนักแข่งแห่งยุคนี้จริงๆ ติดตามต่อในข่าวกีฬาต่างประเทศและข่าวกีฬาทั่วไป

Continue Reading